ชีวิตในความรัก VS ชีวิตในความกลัว

Posted by

ครั้งแรกที่บีมได้เห็นบทนี้ บีมก็รู้สึกประทับใจมาก แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่เมื่อเริ่มปฏิบัติและเข้าใจมากขึ้น และได้รู้จัก “รักที่ไม่มีเงื่อนไขที่แท้จริง” แล้ว ภาพวันเก่า ๆ ในวันที่หัวใจไม่รู้จักและไม่อยู่ในรัก ก็ผุดขึ้นมา และเข้าใจเลยว่า ทำไมชีวิตจึงไม่เคยมีสันติสุขภายในเลยก่อนที่จะพบรักแท้ และบีมอยากแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตโดยเปรียบเทียบผลลัพธ์ของชีวิตที่อยู่ในความกลัวและความรักดังนี้ค่ะ

ชีวิตที่อยู่ในความกลัว (ชีวิต before)

มองย้อนกลับไป ชีวิตช่วงประถมปลายจนถึงปีที่แล้ว (พ.ศ. 2562) เป็นช่วงชีวิตที่จะมีลักษณะประมาณนี้ค่ะ

  • ชีวิตเหมือนมีเงามืด ๆ ดำ ๆ ปกคลุม มีช่วงสงบ สว่าง สดใส เป็นช่วง ๆ แต่ส่วนใหญ่แล้ว 80% จะอยู่ในโซนมืดมากกว่า
  • ช่วงที่สว่าง สงบ สดใส จะเป็นช่วงที่ได้พักอยู่ในสมาธิ และ ออกจากสมาธิในช่วงแรก ๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่สงบได้ไม่นาน ก็กลับไปมืดดำอีก
  • ความรู้สึกภายในแตกแยก เหมือนเป็น 2 คนในร่างเดียว บุคลิกภายนอกดูเรียบร้อย อ่อนหวาน หัวอ่อน เชื่อฟังง่าย แต่ภายในรู้สึกเหมือนอยากเป็นอิสระ อิจฉาทุกคนที่สวยกว่า ดีกว่า เก่งกว่า อยากเอาชนะทุกอย่าง อยากเป็นที่หนึ่ง อยากเป็นที่ยอมรับ
  • เป็นคนที่มีลักษณะตรงข้ามกับคำในแผ่นสีเหลืองทั้งหมดเลย ก้าวร้าว รุนแรง เห็นแก่ตัว หยาบคาย ไม่อดทน ชอบตัดสินคนอื่น อิจฉาริษยา ฯลฯ
  • อีกอย่างหนึ่ง คือ เหมือนมีหลุมดำอยู่ในใจ เหมือนต้องการใครสักคนมาให้ความรัก ความเข้าใจ ตลอดเวลา ส่งผลทำให้พยายามหาใครสักคนอย่างเหลือเกิน และก็เลือกคนผิดและผิดหวังในความรักอยู่เรื่อยไป
  • คิดว่าคงจะแผ่พลังงานและรัศมีความลบออกมา (มองไม่เห็นแต่มีอยู่จริง) ทำให้ไม่เคยพบคู่ดี ๆ อย่างที่หวังไม่ได้เลย และเด็กเล็ก ๆ จะไม่เล่นด้วยเลย เห็นแล้วร้องไห้ คือ กลัว และ ไม่เข้าใกล้
  • สิ่งหนึ่งที่รู้ตัวมาโดยตลอดและไม่เคยชอบเกี่ยวกับตัวเองเลยก็คือ โมโหง่าย หงุดหงิดง่าย โมโหร้าย คำพูดทิ่มแทงหัวใจคนที่เรารักทะลุบาดเจ็บสาหัสมากมาย และก็มารู้สึกผิดทุกครั้งที่ได้ทำไป แต่ก็ไม่เคยคิดว่ามันคือข้อเสียอะไรมากมาย เข้าใจไปเองว่า เรารักความยุติธรรม ต้องพูดตรง ถึงจะดี เพราะเรารักความจริง เราต้องตรงและแรง ทุกคนจะได้เปลี่ยนแปลง (อยากจะเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น แต่เหมือนจะใช้วิธีที่ไม่ถูกต้อง)
  • ไม่เคยรู้สึกขอบคุณอะไรเลย มีแต่โทษ บ่น ว่า
  • ไม่เคยรักใครได้เต็มหัวใจสักที มีแต่อยากให้คนอื่นมารัก มาสนใจ …
  • มีกำแพงหนาสูงมาก ไม่อยากให้ใครเข้ามารู้จักภายใน รู้สึกตัวเองน่าเกลียด ไม่ดี
  • จริง ๆ ก็มีเพื่อนดีและน่ารัก เพราะ ในยามที่เราสมดุล เราก็เป็นคนน่ารักคนหนึ่งล่ะ แต่รู้ตัวว่า มันมีขยะกองโตอยู่ข้างในที่ทำให้เรารู้สึกขัดแย้งภายในตลอดเวลา!
  • หน้าบูด หน้าเครียด คิ้วขมวด เกือบตลอดเวลา ชอบทำหน้าเหมือนนางเอกมิวสิค นั่งหน้าเศร้า (เผื่อจะมีพระเอกเดินผ่านมาเห็นใจ 55)
  • รู้สึกเกลียดการมีชีวิตอยู่ เหมือนมีแต่คนเลวร้ายรอบตัว โลกโหดร้ายเหลือเกินจริง ๆ
  • ทำอะไร ๆ ก็ยากลำบาก กว่าจะได้มาแต่ละสิ่ง ยากเหลือเกิน
  • รู้สึกมีน้อย ไม่ค่อยได้แบ่งปันอะไรเท่าไหร่ หรือให้แล้วก็รู้สึกเสียดาย
  • เวลาทำบุญก็หวังผลแบบผิด ๆ ไม่ค่อยมีความสงบหลังทำบุญสักเท่าไหร่ มีแป๊บ ๆ แล้วก็จางหาย
  • ผลลัพธ์ชีวิต ก็คือ รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่ค่อยมีใครเข้าใกล้มาก ภายนอกดูสำเร็จดี เพราะ เราชอบเอาชนะและทำทุกอย่างเพื่อให้คนรักและยอมรับ (แบบไม่รู้ตัว) แต่ภายในเน่ามาก 555 (คงเพราะเหตุนี้ เลยออกมาเป็นสิวแน่ ๆ)

และเมื่อชีวิตได้เปลี่ยนโซนมาอยู่ในความรัก สิ่งที่เปลี่ยนไปก็มีดังนี้

  • รู้สึกมั่นคง ปลอดภัย เป็นตัวของตัวเอง
  • ไม่รู้สึกว่า จะต้องทำอะไรเพื่อให้ใครมารัก เพราะรู้สึกได้รับความรักเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว และพร้อมจะส่งมอบความรักออกไปโดยอัตโนมัติ
  • ไม่รู้สึกว่า จะต้องแข่งขันกับใคร เอาชนะใคร เพราะทุกคนคือพี่น้องกันหมด จะแข่งกันไปทำไม จะได้ประโยชน์อะไร
  • รู้สึกขอบคุณทุก ๆ อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งใกล้ตัว เช่น ร่างกายนี้ อาหาร อากาศ น้ำ ความรักจากคนรอบตัว สุขภาพของคนรอบตัว งานที่ได้ทำ คนที่ทำงานและมีชีวิตอยู่กับเราทุกวัน ที่เมื่อก่อนไม่เคยมองเห็นสิ่งเหล่านี้เลย
  • นั่งเฉย ๆ ก็ยิ้มได้ หัวเราะได้ ร้องเพลงได้ มีความสุขแบบง่าย ๆ
  • ไม่รู้สึกกลัวอะไร ไม่กังวลอะไร แม้จะมีมาบ้าง แต่ก็เห็นและเอาชนะความรู้สึกลบ ๆ ได้เร็วขึ้น
  • รู้สึกถึงสันติสุขและความรักในหัวใจ เป็นสิ่งที่ปรารถนามานาน … ได้เจอซะที
  • รู้สึกอยากอยากมีชีวิตอยู่เพื่อประโยชน์ต่อคนอื่น ๆ ให้มากขึ้น อยากใช้ชีวิตทุกวันให้มีค่า มีความหมาย
  • รู้สึกอดทนต่อสิ่งที่ไม่น่ารักของคนอื่นมากขึ้น รักคนอื่นได้มากขึ้น เห็นความทุกข์ของคนอื่นได้มากขึ้น ให้อภัยคนอื่นได้มากขึ้น
  • ผลลัพธ์ชีวิตโดยรวม คือ ดีมากจริง ๆ มันรู้สึกสงบ มั่นคง จากภายใน ได้เป็นตัวของตัวเองที่มีความสุขมากขึ้น มีความหวัง มีความเชื่อ ถึงสิ่งที่ดีมากขึ้น มองโลกบวกในลบได้อัตโนมัติมากขึ้น โดยไม่ต้องพยายามไปคิดบวก ด้วยพลังแบบนี้ ก็ทำให้คนอื่นรู้สึกสบายขึ้นเมื่ออยู่กับเรา ทำอะไรก็รู้สึกว่ามันสำเร็จได้ง่ายขึ้น เพราะ ทำในทางของตัวเอง ได้ยินเสียงภายในชัดเจนขึ้นมาก ๆ หน้าตาก็สดใส ผิวพรรณก็ดีขึ้นเป็นลำดับ

จากการที่ได้อยู่ในทั้งสองสภาวะแบบสุด ๆ ของแต่ละสภาวะมาแล้ว บีมจึงตกผลึกว่า พี่น้องเพื่อนมนุษย์คนอื่น ๆ ก็คงเช่นกัน และหลายคนก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังดำเนินชีวิตอยู่ในโซนความกลัว เหมือนอย่างที่บีมเคยอยู่และไม่รู้ด้วยว่าตัวเองอยู่ตรงนั้น

หลายคนที่ดูเหมือนประสบความสำเร็จ เขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นที่ภายใน เหมือนอย่างที่บีมเคยเป็น คนข้างนอกดูเราสำเร็จ เก่ง มีชีวิตที่ดี แต่ภายในเละตุ้มเป๊ะมาก ๆ

ความกลัวและความรู้สึกผิดนี้ บีมค่อนข้างมั่นใจที่จะสรุปว่า เป็นพลังงานลบ และเป็นมารตัวที่ใหญ่มากสำหรับคนทุกคน ความกลัวทำให้เราหดหัวอยู่ในกระดอง ไม่สามารถใช้ชีวิตที่เป็นปกติสุขและเต็มศักยภาพของเราได้ ความรู้สึกผิดทำให้เราลงโทษตัวเองซ้ำ ๆ โดยที่ไม่ต้องมีใครมาว่า เราก็ว่าตัวเองแบบไม่รู้ตัว ทำให้เกิดความรู้สึกไร้คุณค่า หนักที่สุดก็ทำให้ตัดสินใจจบชีวิตไปเสีย เพราะ อยู่ไปก็ไม่มีค่าอะไรนั่นเองค่ะ เป็นมารที่ทำลายชีวิตทุกคนอย่างแท้จริง

ความกลัว ตรงข้ามกับ ความรัก เมื่อเรากลัว เราจะไม่สามารถรักได้ และเมื่อเรารัก เราจะไม่มีความกลัว

ความกลัว เป็นพื้นฐานของอารมณ์ที่ทำให้เรา คิดผิด พูดผิด ทำผิด

ความรัก เป็นพื้นฐานของอารมณ์ที่ทำให้เรา คิดถูก พูดถูก ทำถูก

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเรากลัวไม่มีคนรัก ความกลัวนี้ จะถีบและผลักให้เราไปทำทุกสิ่งที่จะทำให้คนรักเรา แม้สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่เราไม่ได้ต้องการทำ แต่เราก็จะทำเพื่อให้คนรักเรา ในที่สุด ชีวิตที่พยายามจะทำทุกสิ่งให้ทุกคนพอใจนั้น จะนำมาซึ่งความทุกข์ทรมานภายใน เพราะ เราจะพบว่า ในที่สุดแล้ว คนเราก็เปลี่ยนแปลงได้ วันนี้รัก พรุ่งนี้เกลียดทันที ก็เป็นไปได้ วันนี้เขาชอบเรา พรุ่งนี้เชาไม่ชอบที่เราทำแล้ว มันจะเหนื่อยมากกับการพยายามที่จะทำให้คนรักเพราะกลัวคนไม่รัก…สุดท้าย เราก็จะรู้สึกว่า เราไม่น่ารัก (สรุปไปเอง) และเราก็จะยิ่งทำตัวไม่น่ารัก ก้าวร้าว เพื่อให้เป็นไปตามนั้นจริง ๆ แบบที่เราไม่รู้ตัว และในที่สุดชีวิตมันก็จะแย่ลงจริง ๆ

ในทางตรงข้าม ถ้าเรามีรักเต็มหัวใจและพร้อมให้ ความรักนี้จะแผ่ขยายออก เหมือนน้ำพุที่ให้น้ำใสไหลเย็นพุ่งและไหลออกมา คนที่ได้รับกระแสแห่งรักจากเรา จะได้รับผ่านสายตา ผ่านสัมผัส ผ่านคลื่นพลังงาน เขาจะรู้สึกเย็นใจ สุขกาย สบายใจขึ้น และเราก็จะไม่ได้ต้องการสิ่งใดเป็นการตอบแทน ไม่ต้องรักตอบ เราก็ยังมีความรักอยู่ดี และเราสามารถอดทนกับความเปลี่ยนแปลงของคนได้มากขึ้น และความรักนี้ก็จะเยียวยารักษาตัวเราเองไปในตัวอยู่แล้ว ยิ่งอยู่ในความรัก ยิ่งรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ไม่ต้องไปดิ้นรนหาจากข้างนอก เพราะ ข้างในมีเต็ม ดังนั้น ก็จะกลายเป็นคนที่มีเพื่อนที่รักเราอย่างที่เราเป็นจริง ๆ คนที่คิดไม่ดีกับเรา อย่างน้อยเขาก็ได้เรียนรู้จากเราว่า รักแท้ก็คือการให้อภัย มันก็อาจจะเป็นตัวอย่างให้เขาได้ทางอ้อม

สุดท้ายแล้ว … ความรักก็จะชนะทุกสิ่ง … ขอแค่ให้เรามีชีวิตอยู่ในความรักเสมอก็พอ … แล้วความรักจะดูแลเราเอง

ขอให้ทุกหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งรักแท้นะคะ … 🙂

Love conquers all & Love will keep us alive.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.