จิตอิสระ VS ทาสเงิน

Posted by

🌞ถ้าคุณกำลังเป็นทุกข์เรื่องเงินและหนี้สินในตอนนี้ บีมแนะนำให้มาทบทวนภายในเรื่องนี้กันค่ะ จิตอิสระ VS ทาสเงิน ลองสำรวจดูว่า ขณะนี้เราอยู่ในโซนไหน? และคำถามสำคัญทิ้งท้ายที่จะช่วยให้คุณเป็นอิสระจากเงินได้ในที่สุด
.
ข้อสรุปที่บีมทำมาให้นี้ เป็นการตกผลึกโดยการนำของปัญญาภายในจากประสบการณ์ชีวิตตัวเองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่ได้สังเกตวิถีแห่งการขึ้นและลง และขึ้นมาใหม่ของชีวิต เหมือนเห็นภาพที่ครบสำหรับเรื่องนี้ จึงได้นำมาแบ่งปันกัน เพราะในช่วงนี้หลาย ๆ คนก็คงเป็นทุกข์เรื่องนี้อยู่ บีมขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาด้านอาชญากรรมและความเครียดที่เกิดจากปัญหานี้ ด้วยการชี้ให้เห็นความจริงในเรื่องนี้ค่ะ
.
วิธีคิดและความรู้สึกในช่วงที่บีมสร้างฐานะสำเร็จและการเงิน flow มาก ทั้ง ๆ ที่บีมไม่มีพื้นฐานด้านธุรกิจเลยแม้แต่นิดเดียว และ ขายอะไรก็ไม่เป็นเลย แต่จุดสำคัญอยู่ตรงที่ว่า บีมมีอะไรในตอนนั้น (หน้าตักเราทั้งหมดที่มี) บีมจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ ให้กับใครได้บ้าง (ไม่ได้จำโค้ชที่ไหนมาพูดนะคะ เพราะทุกคนก็พูดเหมือนกันแบบนี้ นี่คือความจริงค่ะ ที่ทุกคนคงเห็นตรงกัน)
.
ตอนนั้น โจทย์ของบีมก็คือเรื่องเงินก็จริง คือ กลับมาอยู่บ้านแล้วไม่มีรายได้ แต่การตั้งโจทย์ของบีมก็คือ จะอยู่บ้านดูแลคุณยายที่ไม่สบายต่อไปอย่างไรโดยที่ยังมีรายได้เข้ามาเลี้ยงตัวเอง ไม่ต้องเดือดร้อนและเป็นภาระให้คุณแม่ได้ สังเกตว่า โจทย์คือ คุณยายกับคุณแม่ แล้วหลังจากนั้น วิธีการก็หลั่งไหลมาเองจากการนำของปัญญาภายใน
.
โดยเขาให้บีมเริ่มจากการรักษาสิวตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติ และหน้าตักของบีมก็มีแล็ปท็อปรุ่นเก่าที่พี่สาวให้มา กล้องใส่ถ่าน อินเตอร์เน็ตแบบเติมเงิน (ปี พ.ศ. 2552 ค่ะ ที่เริ่มทำ) มีทักษะภาษาอังกฤษแบบอ่านเขียนอยู่ในระดับดีเยี่ยม มีทักษะการเขียน และชอบการเขียน และมีเวลาค่อนข้างมาก และด้วยความที่ขับรถไม่เป็น ก็ไม่ได้ออกไปไหน มันไม่เหมือน กทม. ที่เราอยู่ได้โดยไม่ต้องมีรถ เสมือนกักตัวเองนี่ล่ะค่ะ 55 มันดีมากที่ไม่ต้องไปไหน ประหยัดเงินดี
.
แล้วบีมก็เริ่มหาข้อมูลของไทยก่อน ก็ไม่มีอะไรที่เราสนใจเลย เพราะเป็นวิธีที่เราทำมาหมดแล้ว ก็ไม่ได้ผล ก็เลยไปหาของต่างประเทศ ก็เจอแล้วเอามาทำ ทำแล้วเห็นผลดี ก็เอามาแบ่งปัน ทั้งเขียนประสบการณ์ทดลอง แปลความรู้มาให้ผู้ติดตามบล็อก เอาไปแบ่งปันในกลุ่มชุมชนคนรักษาสิวด้วยตัวเอง ทำหลาย ๆ อย่าง ทั้งไปลงพันธ์ทิพย์ bloggang ทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ค YouTube (เสียดายลบคลิปเก่า ๆ ไปแล้ว บ้านมากค่า แต่เราก็ทำ) จนมีผู้ติดตามเข้ามาที่บล็อกมากขึ้น และ ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการเรื่องสิว 🙂 และด้วยการแสวงหาโอกาส ก็ได้รับโอกาสคัดเลือกเรื่องราวลงหนังสือ Acne EXP เล่มแรกของบีมโดยสำนักพิมพ์ Acne Thai บรรลุความตั้งใจที่อยากมีผลงานเป็นเล่มในตอนนั้น และเขียนแบ่งปันเรื่องราว “แด่คุณยายที่เป็นอัลไซเมอร์” เพื่อแบ่งปันมุมมองบวกต่อการรับมือวิกฤติชีวิตที่ลาออกจากงานมาดูแลคุณยายในต่างจังหวัดที่เป็นบ้านเกิด ก็ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารซีเคร็ต ก็ทำให้รู้แล้วว่า เส้นทางของเราคงเกี่ยวกับการเขียนอย่างแน่นอน
.
หลังจากนั้น การทำงานเพื่อแบ่งปันทุกๆวัน อยากให้คุณยายและคุณแม่มีความสุข อยากให้คนที่เป็นสิวได้รู้ถึงทางออกแนวธรรมชาติ ทำงานเหมือนไม่ได้ทำงาน แบ่งปันไปทุกวันแบบนั้น ทุกสิ่งก็เหมือนได้รับพร หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด การเงิน การเงิน ความสัมพันธ์ ทุกอย่างดีมากอย่างที่ชีวิตนี้ไม่เคยได้รับมาก่อน
.
จุดเปลี่ยนและจุดดำดิ่งสู่เหวชีวิต เริ่มตอนที่เราเริ่มแบกภาระเกินตัว ไม่ว่าจะเป็นขนาดธุรกิจที่ทำใหญ่เกินตัว ระบบเรายังไม่ดี การเงินเราหมุนเวียนดีมาก แต่ขาดที่ปรึกษาที่ดีและการจัดระบบให้การเงิน การมีพนักงานที่มากเกินไปและเรายังขาดประสบการณ์ในการดูแลลูกน้อง เมื่อเราแบกอะไรที่มากเกินกว่าที่เราจะดูแลไหว ความเครียดเริ่มมา เริ่มเกลียดงานที่ทำ วันไหนได้เงินน้อยก็หวั่นไหว วันไหนมีเงินมาก ก็อุ่นใจ จิตมันไม่อิสระเหมือนเดิมแล้ว
.
เมื่อเราเครียดและเรารับเอาแนวทางการทำธุรกิจและใช้ชีวิตที่ผิด ๆ มา ก็เริ่มไม่น่ารักกับแฟน ๆ และลูกค้า ในใจมีความขัดแย้งตลอดเวลา ใจหนึ่งเราก็ยังต้องการทำเหมือนเดิม ให้เหมือนเดิม แต่อีกใจ ก็คงเป็นมารที่เข้ามาตอนหลัง ก็คือ ความอหังการ์ หยาบคาย ไม่อ่อนน้อมถ่อมตน และเริ่มเป็นพิษกับคนรอบตัวที่รักเรา
.
เมื่อถึงทางตันของมัน ก็ดร็อปลงเหวเลยทันที ทุกข์ทรมานมาก แฟนๆและลูกค้าหายไป 90% ทุกคนที่เคยเข้าหาเราตอนมีเงิน เบือนหน้าหนีหมด เห็นความจริงของธรรมชาติของมนุษย์ได้เลย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากจริง ๆ ที่มันเกิดขึ้นค่ะ หลังจากนั้น ก็เลยมีทักษะในการอ่านคนเพิ่มขึ้น เพราะเรารู้แล้วว่า คนที่ดีกับเราจริง ๆ และคนที่เขาจิตใจดีจริง ๆ เขาเป็นแบบไหน และใครบ้างที่ไม่จริงใจและคบคนแค่ที่ภายนอกเท่านั้นและบูชาเงินเป็นที่ตั้ง…
.
จิตที่เป็นทาสของเงินไม่ว่าจะตอนมีเงินมากหรือตอนเป็นหนี้ คือ การคิดถึงเงินตลอดทุกลมหายใจ มีมากก็กลัววันหนึ่งจะไม่มี มีน้อยก็กลัวว่าพรุ่งนี้จะเอาอะไรกิน มันกลัวไปหมด แล้วความกลัวนี้จะขับให้เราคิด พูด ทำ ในสิ่งที่ผิด ๆ ตลอดเวลา ผลคือ เสียหายมากกว่าเดิม ขุดหลุมฝังตัวเองมากกว่าเดิมอีก ยิ่งทุกข์ ยิ่งทรมาน ยิ่งร้องไห้ อยากตาย ยิ่งอ่อนแรงลงไปเรื่อย ๆ
.
ในยามที่พยายามฟื้นฟูชีวิตกลับขึ้นมา ก็ได้พยายามทำหลายสิ่ง ตั้งแต่ไสยศาสตร์ทุกศาสตร์ ดูดวง ปรับฮวงจุ้ย เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเบอร์ ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ฯลฯ ทุกอย่างที่เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้น ทำมาหมดแล้ว ไปเรียนกับโค้ชมีชื่อเสียง อ่านหนังสือคนสำเร็จ ฯลฯ สะกดจิตบำบัด NLP ฯลฯ จนกระทั่งมาถึงปีที่แล้วที่ได้ค้นพบทางออกแท้จริง และเป็นสิ่งที่อธิษฐานมาตั้งแต่เริ่มฟื้นฟูชีวิตว่า ขอจิตดวงเดิมที่เคยสร้างชีวิตกลับมา … จิตที่เป็นอิสระจากเงิน จิตที่อยู่เหนือเงิน จิตที่เชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้ เราขอจิตนั้นกลับมา … เพราะเรารู้ว่า สิ่งนี้สำคัญที่สุดแล้วและเป็นทางเดียวที่จะทำให้เราเป็นอิสระในทุก ๆ ด้านของชีวิตได้
.
และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2562) บีมได้เรียนรู้วิชาซ่อมชีวิตและได้รับการบำบัดเยียวยาฟื้นฟูพลังชีวิตและจิตวิญญาณจากครูเก๋ วรารักษ์ คืนเสียงหัวเราะที่หายไป by ครูเก๋ วรารักษ์ และได้ดูคลิปของ Dr.Bruce Lipton เจ้าของผลงาน The Biology of Belief ผู้ที่ได้ทำให้บีมเข้าใจงานของครูเก๋และผลลัพธ์ที่เกิดกับบีมมากขึ้น และเข้าใจว่าแท้จริงแล้วมนุษย์ควรจะต้องอยู่และทำอย่างไรจริง ๆ
.
เมื่อปลายปี วิวัฒนาการของจิตก็ดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เป็นไปตามคำอธิษฐานที่บีมขอไว้ คือ ขอจิตเป็นอิสระเหนือเงินและวัตถุตลอดไป บีมได้รู้สึกถึงอิสระนั้นจริง ๆ ครั้งแรก ทั้งที่ได้เคยอ่านหนังสือที่บอกให้เราเป็นอิสระเหนือเงินมาก่อนนั้นแล้ว แต่มันไม่เข้าใจ ของเหล่านี้ เราต้องทำการบ้าน อธิษฐานจิตกันเอาเองและขอเองจากภายในเท่านั้น และเงี่ยหูฟัง ถึงจะได้ยินและเข้าใจจากการนำของปัญญาภายในของเราจริง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่ใครมาบอก
.
จากจุดนั้นมา บีมเริ่มกลับมาสนุกกับการทำงาน และ การใช้ชีวิต และการไม่ยอมให้เงินอยู่เหนือจิตอิสระที่มีมาแต่กำเนิดอีกต่อไป กลับทำให้บีมได้รับเงินอย่างเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตได้ flow ขึ้น และสามารถวางแผนทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นกว่าตอนที่เราเป็นทาสของมัน และเชื่อมั่นว่า เงินนั้นจะมาในเวลาที่เรามีคุณสมบัติเป็นนายเหนือมันเท่านั้น และ เราได้จะรับในปริมาณที่พอเหมาะกับความสามารถในการบริหารจัดการมันเท่านั้น การเติบโตและเป็นอิสระทางจิตวิญญาณคือปัจจัยสำคัญที่จะได้รับความบริบูรณ์ทั้งปวงที่มองเห็นได้ตามมาภายหลัง
.
อย่าไปแก้ปัญหาผิดจุดค่ะ การกู้เงินไม่ใช่ทางออก วันนี้ ถ้าทุกข์เรื่องเงิน ให้กลับเข้าไปสำรวจภายในก่อนว่า วันนี้เป็นนายหรือทาสของเงิน แล้วเปลี่ยนข้างในก่อน มันเปลี่ยนด้วยการคิดบวกไม่ได้ มันเปลี่ยนได้ด้วยการคุยกับตัวเองให้เข้าใจทะลุปรุโปร่ง การสำรวจตัวเองอย่างเงียบ ๆ จะนำไปสู่คำตอบ มันอาจไม่ได้มาในวันเดียว แต่ขอให้คุยกับปัญญาภายในทุกวัน จากประสบการณ์ให้ถามคำถามไว้ตลอดเวลา แล้วทุกเช้าที่ตื่นมาจะได้รับคำตอบค่ะ ขอให้คำถามนั้นชัดเจนก็พอ ว่าคุณต้องการคำตอบอะไร คำตอบที่ได้ตอนตื่นนอนนั้น คือ คำตอบที่เที่ยงตรงที่สุดที่จะนำทางชีวิตคุณ ขอให้คุณเชื่อและมีความกล้าที่จะเดินตามคำตอบนั้น อย่าให้ความคิดที่สองที่ผุดมาโต้แย้งเอาชนะได้ เพราะนั่นคือ มารขัดขวางค่ะ บีมสังเกตแล้วเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
.
เชื่อมั่นใน “ปิ๊งแว่บ” ที่เกิดบนพื้นฐานอารมณ์ที่สงบ แล้วคุณจะได้พบทางออกที่แท้จริง
.
หากไม่เชื่อ ก็ลองสังเกตชีวิตที่ผ่านมาและนับจากนี้ไปค่ะ
.
ด้วยรัก…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.