คำยืนยันจากรุ่นพี่ : คุณปิ๊ก เพชรบุรี

Posted by

สภาวะก่อนรักษาแนวทางนี้เป็นอย่างไร?

ภาพจำที่จำได้ชัดคือ ทุกๆเช้าวันอาทิตย์ ต้องรีบไปให้ถึงคลินิกรักษาโรคผิวหนัง ให้เช้าที่สุด (ระยะทางห่างจากที่พักประมาณ 15 กม.) เพื่อจะได้เป็นคนแรกๆ จะได้ไม่ต้องรอนาน แต่ไปทุกทีคนล้นคลินิกทุกที เป็นแบบนี้ราวๆ 4-5 ปี

วงจรชีวิตตอนนั้นทำงานจันทร์ –เสาร์ มีโอทีบางวัน วันอาทิตย์ตื่นแต่เช้า(เช้ากว่าทำงานอีก) หรือถ้าวันปกติเลิกงาน  5 โมงไปหาหมอกลับ 3-4 ทุ่ม ตอนนั้นไม่รู้สึกเหนื่อยนะคะ เพราะสิ่งที่เรากังวลที่สุดคือ  “สิวที่อยู่บนหน้า” คิดตลอดว่าทำยังไงให้สิวหาย รอยดำหาย โฟกัสแค่ตรงนั้น เราไม่เคยสนใจเรื่องความแข็งแรงของผิวหรือผิวอิ่มน้ำ  ไม่มีความรู้เรื่องผิวอะไรมากมาย คิดแค่ว่าผิวสวยคือไม่มีสิว ไม่มีรอย ตอนนั้นที่รักษาสิว รอยหายหน้าเกลี้ยงนะคะ แต่ตลอดเวลาที่รักษา กรดวิตามิน A ตัวหลักเลยค่ะ

รักษาจนวันนึงผิวแห้งกร้าน ดำ หมอง คล้ำ แบบไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็น ก็รักษาหมอเดิม หมอรักษาไปตามอาการ จนกระทั่งหมอบอกว่า “ถ้าเป็นหมอ หมอคงไปรักษาหมออื่นแล้ว” 

จนย้ายมาดูงานอีกที่ก็ยังวนเวียนเดิม ๆมันก้าวข้ามสภาวะนั้นไม่ได้ สิวยังเป็นๆหายๆ จนตอนนั้นเริ่มรู้สึกเหนื่อยหาหมอบ้าง ซื้อครีมเองบ้าง กลับสู่เบสิคไปที่พอกไข่ขาวบ้าง พอกโน่นนี่นั่นไม่ดีขึ้น  เพื่อนร่วมงานทักบ้าง ทำไมหน้าเป็นสิวอีกแล้ว หน้าปิ๊กอารมณ์ประมาณ 3 เดือนดี 4 สิวค่ะ วนไปแบบนี้ราวๆ เกือบ 4 ปี กว่าจะมาเจอครูบีม

ส่วนสภาพจิตใจ โชคดีที่มีความโดดเด่นในด้านสีผิวมาตั้งแต่เล็ก  โดนเพื่อนล้อตั้งแต่เด็กเลยค่ะ มันเลยพอมีภูมิคุ้มกันอยู่บ้าง จะมีนิดนึงก็ตอนเค้าทัก ณ ตอนนั้น นอกนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร ปิ๊กว่าหลักๆเลยสิ่งหนึ่งคือ เราต้องมั่นใจในศักยภาพของตัวเองก่อน เอาจริงตอนนั้นคำทักคนรอบตัว มันไม่เท่ากะเราทำร้ายตัวเองด้วยการยืนเป็นพักๆหน้ากระจกแล้วมองหาสิวกะรอยดำหรอกค่ะ    

แต่เราไม่รู้สึกเบา สบายนะคะ ตอนนั้น เหมือนมันตึงๆหนักๆค่ะ คือลึกๆเราอยากหน้าใสอ่ะ เราะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ได้แค่นี้อ่ะ จะปลอบใจตัวเองแบบนี้ตลอด

“ปัญหาของปิ๊กตอนนั้นคิดว่าน่าจะเพราะเราโฟกัสสิว จนเราไม่มองอย่างอื่น เหมือนปิดทางอื่นๆอ่ะคะ ไม่ได้มองรอบๆ เราโฟกัสผิดจุด”

ทำอย่างไรบ้างตอนรักษาแนวทางธรรมชาติ?

เริ่มแรกคือปรับตามแนวทางครูบีมทุกอย่างเลยค่ะ กินผัก ผลไม้ปั่น ไม่ทานหวาน มัน เค็ม เบเกอรี่ ของทอด ผงชูรส  เนื้อสัตว์ นมวัว  เอาความร้อนออกจากร่างกาย ด้วยการดื่มน้ำวันละ 1.5 -2 ลิตร  ไล่ตามขั้นตอนมาเลยค่ะ

ตื่นเช้ามาดื่มน้ำทีอุณหภูมิห้อง ทานผัก ผลไม้ปั่น เลี่ยงอาหารต้องห้ามทั้งหมด ออกกำลังกาย กินระดมผลล้างลำไส้ ขับพิษ  นอนก่อนสี่ทุ่ม ทานโยเกิร์ตถั่วเหลือง ทานผักสดทุกมื้อ ทานสมุนไพรล้างลำไส้ ระบบเลือดและหนอง นั่งสมาธิ เปลี่ยนวิธีคิด ฝึกหัวเราะ คือเคร่งมากๆๆตอนนั้น น้ำหนักแตะ 49 กก.ผอมมาก แต่ก็ปรับจนเข้าที่เข้าทาง จนตอนนี้ปกติ

สำคัญคือการสังเกตตัวเอง อย่างปิ๊กตอนนั้นก่อนจะรักษาแนวธรรมชาติรู้สึกว่าลมหายใจเราร้อน ตัวร้อน แต่เราไม่รู้ว่าเราต้องทำยังไง แต่พอมาเจอแนวนี้ พอเราเริ่มรู้สึกว่าลมหายใจร้อนเราเอาของฤทธิ์เย็นเติม วันไหนรู้สึกขับถ่ายไม่คล่องเติมไฟเบอร์ เติมผัก ล้างสำไส้ คือต้องทำจนจับแนวทางโดยประมาณของตัวเองได้

ในส่วนของผิว ใช้ของครูบีมทั้งหมดค่ะ ชุดเบสิค ไม่ใช้อย่างอื่น ใช้แค่ไม่กี่อย่าง แต่ผิวแข็งแรงขึ้นมาก บางครั้งร่างกายจะมีขับพิษก็พอกด้วยโคลน ทำมาเรื่อยๆค่ะ

พบอุปสรรคอะไรบ้าง?

อุปสรรคหลักๆ ของแนวนี้คือ ใจเรา นี่แหละคะ

ด้วยความที่เห็นผลช้า ระยะเวลาในการรอนาน จนทำให้เราไขว้เขว้ว่า เฮ้ย!มันใช่เหรอ มันมาถูกทางเหรอ ไปเจออันนู้น บอกว่าหายใน 3 สัปดาห์  ชั้นทำแนวนี้มาจะปีแระสิวยังไม่หาย เอาไงดีว่ะ คิดแบบนี้วนเลยค่ะ  คนรอบตัวก็บอกว่านานไปนะ ยังไม่ได้ผลอีกเหรอ ลองตัวนี้มั้ย

อุปสรรคต่อมาคือ ความยุ่งยาก ความดูแปลกแยกจากกลุ่ม ที่เมื่อก่อนจะกินอะไรก็ได้ แต่ตอนนี้ อันนี้ก็ไม่กิน อันนั้นก็กินไม่ได้  ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพค่อนข้างสูง

แก้ไขอย่างไร?

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า ก่อนที่เราจะมาเจอแนวนี้ เราใช้ชีวิตมาแบบไหน ทำร้ายร่างกายมายังไง   สิวมันคือผลที่แสดงให้เราเห็น เราต้องไปแก้ที่ราก รากตาย ผล ใบมันก็หล่น  พอเข้าใจแล้ว  แน่วแน่ค่ะ และมองภาพรวม เลิกโฟกัสสิว เราทำแล้วมีอะไรดีขึ้นบ้าง ร่างกายดีขึ้นมั้ย สุขภาพแข็งแรงขึ้นมั้ย ระบบขับถ่ายดีกว่าเมื่อก่อนมั้ย ลมหายใจ การนอนหลับ  คือมองบริบทก่อนเลยค่ะ  แล้วมันจะค่อยส่งออกมาข้างนอก  สิ่งที่ชัดมากสำหรับปิ๊กคือ ตั้งแต่ใช้แนวนี้ ไม่เคยเป็นหวัด ทั้งที่ในออฟฟิสเป็นกันทึกคน  ผิวหน้า เมื่อก่อนออกแดดแป๊บๆกลับเข้ามาหน้าหมองคล้ำกว่าจะกลับมาปกติต้องใช้เวลา  แต่ตอนนี้แทบจะไม่เป็นไร นอกจากเราตากนานจริงๆแต่ก็ฟื้นเร็ว

ส่วนอุปสรรคเรื่องความยุ่งยากและแปลกแยก เราแค่ไม่ตึงเกินเวลาเข้าสังคม เลือกกินในส่วนที่กินได้ ถ้าเลี่ยงไม่ได้เราพกไปเอง แถมเผื่อเค้าด้วย เค้าไม่กินไม่เป็นไร เราเอากลับบ้านได้ ปิ๊กพกผักสดไปทานร้านข้าวเอง  พกผลไม้ พกของที่เราต้องใช้ แต่เราร่วมแจมกับเค้าได้ เค้านั่งปิ้ง ย่างหมูกระทะ เราพกผักไปกินกับหมูย่างแต่เลือกแค่ชิ้นเล็กๆให้หายอยาก น้ำจิ้มไม่ใส่ ไม่ปรุงรสเพิ่ม ทำแบบนี้เรื่อยๆ จนตอนนี้ รอบตัวเลือกกินตามปิ๊กบ้างแล้วค่ะ คือเค้าเห็นว่ามันดี แต่อันไหนที่เค้าไม่ชอบเค้าไม่ตาม แต่เค้าไม่ได้รู้สึกแปลกแยก  ส่วนค่าใช้จ่าย แนะนำให้ปรับเลือกผักผลไม้ตามฤดูกาลค่ะ อันนี้ช่วยได้ ผักพื้นบ้านต่างๆ

สำคัญคือวิธีคิดของเราค่ะ มองความสุขของตัวเอง อันไหนไม่ดีข้ามไปบ้าง สิ่งที่ทำให้เราสุขจริงๆคือใจเรา  ยังไงก็ผ่านอุปสรรคไปได้ค่ะ

เริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่?

เริ่มเห็นผลทางด้านสุขภาพก่อน อันนี้ชัดสุด จากนั้นเรื่องสิวราวๆ1 ปี หลังทำแนวนี้ อย่างที่บอกค่ะ ปิ๊กกินกรดวิตามิน A เรื่อยมาตลอดระยะเวลาการเป็นสิวกว่ามันจะหมดนานมากๆๆๆๆ มีสิวลดลงแต่จุดหลักคือแก้ม มาเรื่อยๆตั้งแต่มีหัว จนอักเสบไม่มีหัว จนตอนนี้แค่อุดตันเล็กๆ

แต่ชัดสุดตอนทานสมุนไพรล้างลำไส้และระบบเลือดหนอง ทาน้ำมันดอกทานตะวัน อันนี้สิวอักเสบลดลงชัดเจนมาก ผิวดูแข็งแรงขึ้นมาก

สภาวะปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างไร?

ผิวแข็งแรงขึ้น สิวน้อยลง สุขภาพกายและจิตของเราดีขึ้น ตัวเบา รับมือกับปัญหาได้ดี  มีสติ และมีความสุขกับสิ่งใกล้ๆตัว  สำคัญคือเรารู้สึกว่าเราอยากให้ความรู้สึกดีๆกับคนอื่น อยากให้สิ่งดีๆกะคนอื่น เราไม่โมโหง่ายๆเวลาเจอคนงี่เง่า เราจะมองมุมกลับ มองอีกมุม

จุดหลักที่ทำให้สิวหาย คืออะไร?

การล้างลำไส้ ระบบเลือดและหนอง อันนี้ชัดและเราตั้งแต่ช่วงแรกของการทาน ประกอบกับตัวชุดเบสิค ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง ตอนนี้สิวน้อยลงมากๆ แต่จะมีรอยดำอยู่ แต่ที่ชัดคือผิวดีขึ้นชัดเจนและดูแข็งแรงขึ้น

กับอีกเรื่องคือการเลิกโฟกัสสิว ปรับวิถีชีวิต เน้นกินผักสด ลดเนื้อสัตว์ และของต้องเลี่ยง ปรับจนเป็นนิสัยแล้วค่ะตอนนี้ ไม่นึกอยากกินของหวาน เบเกอรรี่นี่ไม่กินนานมากแล้ว เมื่อก่อนเดินตลาดสดจะได้ ไก่ทอด หมูทอด ลูกชิ้นทอด แหนม ได้พวกอาหารสำเร็จรูปพร้อมกินกลับมาเยอะแยะ แต่ตอนนี้เดินตลาดได้แค่ผักสดกะผลไม้บางอย่าง มันไม่มีอะไรที่เราอยากกินเลย ไม่นึกอยากกิน ตอนนี้ทำอาหารเองปรุงเอง

อยากให้กำลังใจรุ่นน้องอย่างไรบ้าง?

อยากบอกว่า พี่เป็นสิวมา 10 กว่าปี กินกรดวิตามิน A มาเกือบ 10 ปี ข้างในนี่หายใจออกมาร้อน  พี่รักษาแนวนี้มาแค่ 1 ปีกว่าๆชีวิตพี่เปลี่ยน ผิวดีขึ้น สุขภาพกายดีขึ้น  สุขภาพจิตดีขึ้น  มันคุ้มที่เราจะเปลี่ยน และมันดีกับเราไปตลอด มันยั่งยืน

เพิ่มอีกอย่างคือความตั้งใจ ถ้าตั้งใจมาแนวนี้อย่าเขวค่ะ มันจะมีอุปสรรคให้เราพิสูจน์ค่ะว่าเราผ่านได้มั้ย ถ้าผ่านได้นอกจากสิวหายเราได้เรียนรู้อีกหลายอย่าง ลองดูค่ะ อย่าเชื่อพี่

 “ด้วยรัก”                        

คุยกับปิ๊กได้ที่นี่นะคะ https://www.facebook.com/sujikac

                                                   

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.