อดอาหาร 3 วัน ช่วยชีวิตอย่างไร ไปดูกัน!

Posted by
คลิปตอนที่ 1
คลิปตอนจบ

วันที่ 26-28 เม.ย. 2563 ที่ผ่านมา บีมตัดสินใจ อดอาหาร 3 วัน ด้วยเหตุผลเดียว คือ บีมต้องการคำตอบสำหรับคำถามบางอย่างที่สำคัญต่อชีวิตให้ชัดเจน เพราะ เคยอดอาหาร 1 วันก่อนหลายครั้งแล้ว และพบว่า อดอาหารเมื่อไหร่ สมองและหัวใจทำงานได้ดีมาก ๆ คิดงานก็ออกมาดี ลำดับงานก็ดี ทั้ง ๆ ที่ปกติก็ทานอาหารที่มีคุณภาพดีอยู่แล้ว แต่ถ้าอดอาหาร มันจะรู้สึกดีขึ้นอีกสเต็ปหนึ่งค่ะ

ที่ผ่านมา บีมสังเกตแล้วว่า พลังชีวิตและสภาวะของจิตใจจะเป็นไปตามอาหารที่เรากิน และ ช่วงไหนที่บีมกินอาหารปรุงสุกมาก ๆ ยิ่งช่วง lock down นี้ กินเยอะกว่าปกติ ทำให้รู้สึกว่า สมองไม่เฉียบเลย มันเบลอ ๆ มันไม่ชัด มันไม่พุ่ง มันไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่บีมไม่ได้กินอาหารขยะเลยแม้แต่น้อย แต่การกินอาหารปกติที่มีคุณภาพดี หากมากเกินกว่าที่เราต้องการใช้จริง ๆ และไม่ได้ออกกำลังกายร่วมด้วยแบบจริงจัง มันส่งผลมาก ๆ ต่อสุขภาพอย่างชัดเจนค่ะ แต่ถ้าช่วงไหน กินผักผลไม้สดปั่นเป็นสัดส่วนสูง หรืออดอาหาร ช่วงนั้นจะมีพลังสูงขึ้น ความคิดเฉียบคม จิตใจสงบ ดีมาก ๆ

วันนี้วันที่ 29 เม.ย. 2563 พึ่งจบโปรแกรมไป จึงอยากจะมาแบ่งปันให้ผู้อ่านได้เรียนรู้จากประสบการณ์ส่วนตัวของบีม เพื่อเป็นข้อมูลและความรู้เพิ่มเติมที่อาจช่วยให้เข้าใจธรรมชาติของร่างกายและจิตใจนี้มากขึ้นค่ะ

อดอาหารในความหมายของบีม

ก่อนอื่น ขอเริ่มต้นที่การให้ความหมายของคำว่า “อดอาหาร” ในความหมายของบีมในรอบนี้ก่อนนะคะ

ปกติแล้ว การอดอาหารมีหลายระดับ มีแบบทานผลไม้หลายชนิดไปตลอดวัน ทานผลไม้ชนิดเดียวไปตลอดวัน ดื่มน้ำปั่นผักผลไม้ไปตลอดวัน ดื่มน้ำสกัดไปตลอดวัน หรือดื่มน้ำเปล่าไปตลอดวัน

ปกติแล้ว การอดอาหาร 1 วันของบีม คือ ไม่กินอะไรเลย ยกเว้นน้ำเปล่าค่ะ เพราะต้องการให้ร่างกายได้ย่อยและจัดการกับอาหารส่วนเกิน หรืออะไรส่วนเกินออกไปได้หมดจริง ๆ ในวันนั้น

ถ้าใครเป็นสิว การอดอาหารจะทำให้สิวที่เป็นอยู่ยุบเร็ว จะเห็นเลยว่า ที่บวมเป่งจะฝ่อไป หรือถ้าสังเกตดี ๆ อาการจะลดลง นั่นหมายถึงว่า ร่างกายสามารถจัดการพิษและสิวเองได้ เมื่อเราหยุดกินอาหารที่ต้องเคี้ยว ต้องย่อย แล้วเขาจะมีพลังเหลือไปจัดการพิษ เชื้อโรค และฟื้นฟูระบบของตัวเองได้จริง ๆ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน บีมตัดสินใจเลือกเป็นการดื่มเฉพาะน้ำเปล่า 3 วัน “เป็นครั้งแรก” ด้วยความอยากรู้ด้วยว่า มันจะเป็นอย่างไรด้วย ซึ่งบีมกำลังจะเล่าให้ฟังว่าแต่ละวันเป็นอย่างไร และรู้สึกอย่างไรบ้างนะคะ ซึ่งใน 3 วันนี้ บีมทำงานตามปกติ และ ยังต้องเดินผ่านห้องครัวที่ทำอาหารน่ากินเยอะแยะบ่อย ๆ ด้วยค่ะ เพราะ เป็นทางไปห้องน้ำส่วนของบีม

3 วันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

วันที่ 1

วันนี้ชิลมาก ๆ เพราะ เป็นระยะเวลาปกติที่เคยทำมาอยู่แล้ว เราจะรู้วงจรของมันอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร

ช่วงเช้าถึงบ่าย 2 จะชิลมาก และจะโล่งขึ้นมาก จะรู้สึกสบายค่ะ เพราะเหมือนร่างกายเขาได้จัดการกับอะไรต่อมิอะไรได้มากมายโดยไม่ต้องทุ่มพลังมาที่การย่อยอาหาร เหมือนเขาได้เคลียร์งานของเขา

แต่พอสักช่วงบ่ายแก่ ๆ ประมาณบ่าย 2 – 5 โมง ช่วงนี้จะเป็นโหมดที่จะรู้สึกเริ่มหิวและทรทานเล็ก ๆ เมื่อก่อนตอนที่บีมเริ่มอดอาหารใหม่ ๆ ทนไม่ได้ในช่วงนี้ ต้องไปกินผลไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ สักนิดนึงช่วงเวลานี้ และก็ผ่อนคลายหลังจากนั้น เน้นเข้านอนให้เร็ว ไม่งั้นจะหิวมากตอนดึก ถ้าเราหลับได้เร็ว มันก็จะผ่านไปได้ค่ะ

แต่รอบนี้ ตั้งใจว่าเป็นน้ำอย่างเดียว และมีข้ออนุโลมว่า กินน้ำผึ้ง (บีมเลือกน้ำผึ้งป่าเพราะมีประโยชน์ต่อร่างกายจริงๆ) ได้ตอนหิว จะไม่กินผลไม้หรืออะไรที่ต้องเคี้ยวสักอย่างเลย ช่วงเช้าถึงบ่ายสอง ก็สบาย ๆ เหมือนเดิม ช่วงหิวโหยนี้ก็น่าจะจัดน้ำผึ้งไป 1 ช้อนโต๊ะ พบว่า ช่วยให้มีกำลังและหายหิวได้จริง ๆ ก็อยู่ได้ไปอีกถึงนอนเลย (น้ำจิบเรื่อย ๆ อยู่แล้วค่ะ ไม่ได้นับว่าเท่าไหร่)

ก่อนนอน บีมได้ทดลองกินเกลือดำ เพราะอยากลองดู ผสมเกลือดำกับน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มหมดภายใน 5 นาที แล้วรอเวลา ไม่เกิน 10 นาที สดชื่นมีพลังขึ้นทันที เป็นความรู้สึกที่มีพลังและสดชื่นได้เร็วและมากกว่าน้ำผึ้ง และมีข้อมูลว่า เขาจะให้ประโยชน์กับร่างกายมากกว่าเกลือหิมาลัยสีชมพู และ ช่วยร่างกายให้อดได้ดีในช่วงอดอาหาร เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ด้วยค่ะ บีมรู้สึกดีมากกับเกลือดำ เขาว่ากลิ่นเหมือนไข่เน่า เหม็นมาก แต่ของบีมไม่เป็นเช่นนั้นค่ะ กลิ่นเหมือนไข่ขาวต้มเฉย ๆ สำหรับบีม กินง่ายมาก ๆ

วันแรกผ่านไปด้วยดี…

วันที่ 2

วันนี้ เป็นวันที่หินที่สุด!

บีมตื่นมาเร็วค่ะ และก็ทำงานไปตามปกติ น่าจะตื่นราว ๆ ตี 4 ความรู้สึกหลังตื่น คือ หิวมาก ในใจก็รู้สึกว่า วันนี้จะไหวไหมนี่? ตื่นมายังขนาดนี้ อ่อนระโหยโรยแรงมาก แต่ไม่เป็นไร ตั้งใจก็คือตั้งใจ ต้องทำให้ได้ บีมขอพลังให้บีมสามารถทำวันนี้ได้สำเร็จ

วันนี้ บีมรู้สึกไม่ค่อยไหว นอกจากน้ำผึ้งที่ทาน 1 ช้อนโต๊ะแล้ว บีมเพิ่มน้ำอุ่นผสมเกลือดำด้วยค่ะ กิน 1 แก้วหลังน้ำผึ้งสักพัก แล้วสิ่งที่รู้สึกหลังจากนั้นสักพักก็คือ ไม่หิวและมีพลังดีมาก!

ช่วงกลางวัน ก็ดำเนินไปตามปกติ บีมทำงานตามปกติ หิวก็กินน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ แต่จะไม่กินพร่ำเพรื่อนะคะ ไม่ได้กำหนดเวลา คือ เราดูเอาว่า เราไม่ไหวแล้วจริง ๆ เราค่อยกินค่ะ คือ จะทนให้ถึงที่สุดก่อน โดยการจิบน้ำไปเรื่อย ๆ แต่เพราะเราไม่ได้พักผ่อน เราต้องทำงาน ต้องใช้พลังสมองเยอะ มันจึงต้องมีตัวช่วยค่ะ ไม่งั้นจะทำอะไรไม่ได้เลย

ซึ่งในความเป็นจริง ใครที่จะอด ไม่ควรทำงานเยอะค่ะ อันนี้แจ้งไว้ก่อนนะคะ แต่พอดีของบีม บีมรู้สึกว่าตัวเองน่าจะพอทำได้ พอจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและรับมือได้ ไม่น่ามีปัญหาอะไร บีมจึงตัดสินใจอดทั้งที่ยังทำงานตามปกติค่ะ

วันที่สองนี้ เจออุปสรรคเยอะมาก ทั้งในจิตใจและสภาพร่างกาย เป็นวันที่…

  • มารมาบอกให้เลิกอยู่เรื่อย ๆ จนพูดไปช่วงเที่ยง ๆ ว่า วันนี้จะน่ากลับมากินปกติละนะกับครอบครัว
  • สามีกับลูกทำอาหารอร่อย ๆ กินกันแบบ happy มาก คือ เขาก็กินปกตินะคะ ไม่ได้จะยั่วอะไรบีมเลย แต่เราเห็นแล้วก็มีความอยากเล็ก ๆ แต่ไม่กินก็คือไม่กินค่ะ ตั้งใจแล้ว
  • ร่างกายวันนี้ สิวขับพิษตรงใต้คางขึ้น (คอด้านบน) มาทีเดียวหลายเม็ด มีตรงแนวขมับและหน้าหูขวาร่วมด้วย แต่ซ้ายไม่ค่อยมีอะไร น่าจะเพราะ บีมกินเกลือชมพูกับเกลือดำไปสักประมาณ 2-3 แก้ว (ดำ 2 แก้ว ชมพู 1 แก้ว) ๅ และรู้สึกเหมือนมีอุจจาระตกค้างอยู่ คาดว่าเป็นสาเหตุของสิวที่ขึ้น (มีของเสียตกค้างและกินตัวที่ช่วยให้ร่างกายขับพิษและปรับสมดุล ถ้ามันมีพิษอยู่ ก็น่าจะถูกขับออกมา)
  • และร่างกายก็รู้สึกอ่อนแรงมาก อยากจะหยุด แต่…ใจบอกว่า ทำมาขนาดนี้แล้ว เดี๋ยวก็ได้เวลานอนแล้ว อดทนอีกนิด ซึ่งก่อนนอน บีมก็กินเกลือดำก่อนนอน ช่วยชีวิตได้เหมือนคืนวันแรก แล้วก็หลับไป

วันที่ 3

วันนี้ เหมือนได้รับรางวัลจากการที่อดทนจนผ่านวันที่ 2 มาได้ ตื่นมาไม่เร็วนัก สักตี 5 เห็นจะได้ แต่ไม่หิว ไม่โหย สดชื่น และที่สำคัญ “ได้รับคำตอบที่ต้องการจริงๆ” เกี่ยวกับทิศทางของชีวิตที่จะเดินต่อแบบชัดเจน ที่ไม่เคยชัดแบบนี้มาก่อน และก็บันทึกทุกสิ่งที่ตกผลึกลงในสมุดบันทึกประจำวันของบีม

วันที่ 3 นี้ บีมตัดสินใจทานน้ำมันละหุ่งสกัดเย็น 1 ช้อนโต๊ะ ช่วงเช้าเพราะต้องการกำจัดของเสียตกค้างที่ทำให้รู้สึกอึดอัดออกให้หมด หลังจากดื่มน้ำมันละหุ่ง บีมก็ดื่มน้ำอุ่นผสมเกลือดำอีก 1 แก้วตามไป สักไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็รู้สึกต้องการเข้าห้องน้ำ แล้วก็ออกไปเยอะมากจริง ๆ ค่ะ โล่งมาก ๆ หายใจสะดวกเลย ไม่อึดอัดแล้ว

จากตรงนั้น บีมเริ่มรู้สึกนิ่ง สงบ มีพลัง แม้สมองจะเบลอ ๆ ไปนิด ท้องจะโหรง ๆ ไปหน่อย แต่บีมก็ทำงานได้เป็นปกติ พลังใจมันแข็งแรงมาก มันเหมือนกับว่า เราผ่านวันที่ 2 วันที่ยากที่สุดมาได้ถึงเช้าวันที่ 3 เราผ่านแล้ว ที่เหลือของวันนี้ก็ต่อให้จบเท่านั้นเอง

แต่ความรู้สึกอยากถ่าย มีเหลือนิด ๆ ในช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ ค่ำ ๆ นะคะ แต่ไม่ค่อยออกแล้วเหมือนตอนเช้าค่ะ ก็อาศัยดื่มน้ำไปเรื่อย ๆ ค่ะ ไม่ได้ไปบังคับเขา

วันทั้งวันคือ สบายมาก ชิลมาก อาจเพราะของเสียตกค้างออกไปแล้ว (จริง ๆ ทำตั้งแต่วันแรกน่าจะดี เอาไว้รอบหน้าลองใหม่ค่ะ แต่คงอีกนานที่จะทำ 3 วันอีก) และก็อยู่ได้โดยไม่ต้องกินเกลือดำหลายแก้วเหมือนวันที่ 2 หิวก็กินน้ำผึ้ง มีอาหารดูอร่อย ก็ไม่ได้อยาก คือ ใจมันแข็งแรงมากกับสิ่งยั่วยุทั้งหลาย และการทำงานของเราก็ชัดเป็นลำดับ ๆ ไป ไม่รวน

สรุปว่าวันที่ 3 สบายมากค่ะ แต่คือ ตัวเบามาก รู้เลย น้ำหนักลดแน่นอน แต่ไม่ได้ชั่ง แต่กางเกงคือหลวมมาก และหน้าท้องหายหมด แต่หน้าตาสดใส ดวงตาเป็นประกาย และสิวที่ขึ้นมาวันที่ 2 ยุบลงไปด้วยเกือบพร้อมกันทั้งหมด โดยที่บีมใช้แค่น้ำผึ้งพอกหน้าเช้าและก่อนนอน แล้วล้างออกเท่านั้น ไม่ได้ทาครีมอะไรเกี่ยวกับสิวค่ะ

สรุปสิ่งที่บีม “ตกผลึก” จากประสบการณ์อดอาหาร 3 วัน ดังนี้ค่ะ

  • การอดอาหารวันแรกนั้น ร่างกายชินอยู่แล้ว เพราะเคยทำมาก่อนแล้ว เขาจึงผ่านไปได้อย่างสบาย ๆ ในวันแรก
  • แต่ความยากอยู่ในวันที่ 2 “ยากที่สุด” ที่ต้องต่อสู้ทั้งสภาพร่างกายที่อ่อนระโหยและกำลังขับพิษสูงสุด และจิตใจที่โดนมารบอกตลอดว่า พอเถอะ ไม่ไหวแน่ ทำไปทำไม กินได้แล้ว!
  • ส่วนวันที่ 3 เหมือนเป็น “รางวัล” ที่ได้รับ ได้รับทั้งคำตอบที่ต้องการสำหรับชีวิต และ ร่างกายก็อยู่ในโหมดสงบ มีพลัง นิ่ง ดีมาก ๆ
  • ถ้าทำงานอยู่ ไม่ได้รีแล็กซ์ บีมคิดว่า การดื่มเฉพาะน้ำเปล่า อาจจะหนักเกินไปสำหรับร่างกาย จึงควรมีตัวช่วย โดยที่เราไม่ต้องเคี้ยว แต่ยังได้สารอาหารที่มีประโยชน์และแร่ธาตุเพื่อไปช่วยให้ร่างกายอดอาหารต่อได้
  • บีมเทียบกับน้องหมูป่าที่ติดถ้ำ ที่เขาดื่มแต่น้ำที่หยดลงมา โดยที่เขาอยู่รอดได้ เพราะ เขาต้องอยู่เฉย ๆ เพื่อ “เซฟพลังงาน” แม้จะมีการใช้พลังงานเพื่อหาทางออกมาบ้าง แต่น่าจะได้พักร่างกายมากกว่าในภายหลังเมื่อรู้สึกว่าหาทางอกไม่ได้แล้วเพื่อรอคนมาช่วย ดังนั้น เฉพาะน้ำก็จะสามารถให้เขารอดได้โดยไม่ต้องมีอะไรเข้าไปช่วยเพิ่ม (แต่พลังใจนั้นยิ่งใหญ่กว่าอะไรทั้งหมดค่ะ เพราะเขาเชื่อด้วยว่าเขาจะรอด เขาจึงอยู่ได้และรอดได้จริง ๆ แม้จะได้เพียงดื่มน้ำเท่านั้น)
  • สำหรับคนที่น้ำหนักตัวอาจจะมากกว่านี้ หรือไม่เคยทำมาก่อน คือ มีอาหารที่เคยกินไว้เยอะและสะสมมากมาก่อน 3 วันน่าจะไม่อ่อนระโหยมากค่ะ เพราะ น่าจะมีอะไรให้เผาผลาญตลอดเวลาที่ดื่มน้ำ แต่ร่างกายของบีมมันไม่ค่อยมีอะไรแล้ว เพราะปกติก็กินไม่มากเกินไป (ยกเว้น lock down ที่กินเยอะกว่าก่อน lock down) ไม่ค่อยมีอะไรสะสม พออด 3 วัน เลยอาจจะรู้สึกมากกว่า ทั้งนี้เป็นเพียงข้อสมมติฐานที่คิดเองนะคะ
  • จิตใจของเรานั้นสำคัญกว่าทุกอย่าง ถ้าใจเราบอกว่าไหว เราก็จะไหว ต่อให้กายมันอ่อนล้าแค่ไหน มันก็จะไปให้ถึงให้ได้ โดยมีใจนำไป
  • อาหารที่กินและสะสมมากเกินไปนั้น จะทำให้จิตใจอ่อนแอลงได้ เพราะ เราปล่อยให้ตัวเองกิน เพราะ อยากกิน และเรารู้สึกว่าถ้าเราไม่ได้กิน เราจะต้องตายแน่ ๆ เป็นความกลัวรูปแบบหนึ่ง ถ้าไม่เคยฝึกอดอาหารก็จะกลัวมาก เวลาได้ยินว่า อาหารเหลือน้อย อาหารไม่มี พอกลัวก็จะเริ่มทำอะไรไม่ปกติ และบางคนก็สามารถเบียดเบียนคนอื่นได้ ทำร้ายคนอื่นได้เพราะอยากได้อาหารเท่านั้น
  • เรารู้สึกว่า เราไม่กลัวที่จะไม่มีอาหารปกติกินไปอย่างน้อย 3 วันแล้ว เพราะ เราขอมีแค่น้ำผึ้ง เกลือดำ น้ำมันละหุ่ง น้ำเปล่า เราอยู่ได้แล้ว มันทำให้เรารู้สึกมั่นคงภายในมากขึ้น และยังรู้สึกว่า มันน่าจะไปต่อได้อีก เพียงแค่กินน้ำผึ้งให้พลังงานให้มากขึ้น กินเกลือดำให้บ่อยหน่อย ก็น่าจะอยู่ได้แล้ว ในสภาวการณ์ที่อาจฉุกเฉิน และถึงแม้จะไม่มีสิ่งเหล่านี้ เราก็มีหัวใจที่ฝึกมาแล้วให้อดทนต่อความหิวได้ เราจะได้ไม่ไปทำร้ายใครเมื่อเราหิวโหยได้โดยง่าย
  • การอดอาหาร เป็นการฝึกฝนจิตใจอย่างดี เราจะมองเห็นพลังดีและพลังชั่วในใจเราชัดเจนมากกว่าปกติในยามที่อดอาหาร หลังจากครบ 3 วันแล้ว บีมรู้สึกว่าตัวเองมีพลังใจเพิ่มขึ้นมาก เราเอาชนะมารและสภาพร่างกายในวันที่ 2 มาได้ ถือเป็นชัยชนะที่ทำให้รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นจริง ๆ

สรุปผลลัพธ์ที่ได้รับที่ชัด ๆ มีดังนี้ค่ะ

  • สำคัญที่สุดที่ได้คือ ความอดทนต่อมารที่เพิ่มขึ้นอีกมาก ซึ่งเรื่องอาหาร เป็นเรื่องที่คนอดทนต่อมันได้น้อย เมื่อเราฝึก เราได้ความอดทนนี้มา ก็จะช่วยให้เราเบียดเบียนคนอื่นน้อยลงในเรื่องเกี่ยวกับอาหารได้
  • ความแข็งแรงของจิตใจที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีพลังและทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น
  • คำตอบที่ชัดเจนสำหรับคำถามสำคัญในช่วงนี้ของชีวิต
  • หน้าท้องแบนราบ (พร้อมกางเกงหลวมมาก)
  • ผิวและดวงตาที่สดใสเป็นประกายมากขึ้น

สรุปส่งท้าย

ใครที่มีปัญหาสิวหรือผิวหนังอยู่ การอดอาหารจะช่วยเคลียร์ของเสีย พิษ ตกค้าง และรีเซ็ตระบบใหม่ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์เร็วขึ้น เพราะ ช่วงที่เราอดอาหาร ร่างกายจะเปิดโหมด “ซ่อมแซมตัวเองเต็มสูบ” ได้ เพราะไม่ได้แบ่งพลังงานไปที่ระบบย่อยอาหารบ่อย ๆ จึงเอามาฟื้นฟูและเคลียร์พิษในอวัยวะและระบบต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเขาเอง

ใครที่ไม่เป็นสิวหรือโรคผิวหนังอยู่ การอดอาหารก็จะช่วยปรับให้สมองโล่ง ให้ร่างกายจิตใจได้รีเซ็ตตัวเอง และคุณอาจจะได้รับคำตอบสำหรับชีวิตเหมือนอย่างที่บีมได้รับก็ได้ค่ะ เรื่องที่กวนจิตใจ อาจจะมีทางออกปิ๊งแว่บขึ้นมาได้มากขึ้น

ถ้าเรารู้ว่า ต้องแปรงฟันทุกวัน ต้องอาบน้ำทุกวัน ต้องสระผมสม่ำเสมอ การอดอาหาร คือ การรีเซ็ต การเคลียร์ตัวเอง ให้สะอาดที่ภายใน คือ การทำความสะอาดทุกอย่างที่เรา “มองไม่เห็น” ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะภายใน จิตใจ อารมณ์ตกค้าง ฯลฯ ซึ่งระหว่างกระบวนการดำเนินไป พิษตกค้างที่มองไม่เห็น ก็จะลอยขึ้นมาให้เรารู้สึกไม่สบายกายใจได้ เป็นระยะ “คายพิษ” ของบีมเกิดขึ้นในวันที่ 2 นะคะ พอนอนแล้วจบในคืนวันที่ 2 เลย ซึ่งระยะเวลาที่ว่านี้ ของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน อยู่ที่ขยะสะสมของแต่ละคนและระบบภูมิคุ้มกัน พลังชีวิต และระบบหมุนเวียนเลือดและน้ำเหลืองของแต่ละท่านค่ะ แต่วงจรของการล้างพิษมีเท่านี้ ช่วงกลาง ๆ จะดูเหมือนรุนแรงที่สุด แต่…ถ้ามันไม่ออกมา ก็ต้องตกค้างอยู่ภายในตลอดไปค่ะ และสร้างปัญหาให้เราได้ไม่รู้จบ…

ทั้งนี้ การอดอาหารเป็นเพียง “วิธีหนึ่ง” ในการดูแลสุขภาพนะคะ ไม่ใช่ไฟลท์บังคับและไม่สามารถทำได้ทุกคน ผู้ที่จะอดอาหารควรจะมีสุขภาพปกติ หมายถึงว่า มีพิษสะสมให้รู้สึกไม่สบายกายใจ แต่ไม่มีโรคประจำที่ต้องกินยา ไม่ใช่ผู้ที่กำลังไม่สบายอยู่

ผู้ที่ไม่ควรทำ คือ เด็ก หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ผู้สูงอายุที่อ่อนแรง

หากใครไม่สามารถทำได้ ให้เลือกวิถีการกินปริมาณที่พอเหมาะ ไม่กินมากไปตามความอยาก กินอย่างมีสติทุกครั้ง กินอาหารย่อยง่าย ไฟเบอร์สูง ๆ ออกกำลังกายแบบยืดเหยียด โยคะ ฝึกหายใจ ชี่กง เป็นประจำ ก็จะช่วยรักษาสภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงได้เช่นกันค่ะ

แต่ถ้าใครที่สุขภาพปกติดี แนะนำให้ทำค่ะ เพราะ คุณจะได้รับประสบการณ์ในการเคลียร์ชีวิตที่ชัดและเร็วมาก ๆ ของแบบนี้ … ต้องลองเองค่ะ 🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.