จาก “ธรรมชาติ” สู่ “พลังงานบำบัด” : อยากเปลี่ยนผิว ให้ซ่อมราก

Posted by

ราก คือ ฐาน และ จุดกำเนิด ให้ความรู้สึก “แข็งแรง มั่นคง สงบ ปลอดภัย” ที่มีความสำคัญต่อ “การรักษาสิวให้หายขาด” เป็นอย่างมาก ที่คนส่วนใหญ่ “ไม่รู้” เกี่ยวกับ “ความจริง” ข้อนี้ จึงทำให้สิวไม่ยอมหายขาดเสียที

สิ่งที่บีมจะพูดถึงในบทความนี้ คือ การตกผลึกจากประสบการณ์ชีวิต 37 ปี (รวมช่วงเวลาที่อยู่ในท้องแม่ประมาณ 8 เดือน) ที่ในวันนี้ เมื่อได้รู้สึกว่าเป็นอิสระจาก “ความรู้สึกเรื่องสิวที่เล่นซ้ำ ๆ ภายใน” แล้ว และมองเห็นความเชื่อมโยงของปัญหา “รากเน่า” กับ “สิวเรื้อรัง” ชัดเจน ที่เป็นมากกว่า “ปัญหาที่ผิว” บีมอยากจะมาแบ่งปันให้ทุกคนที่มีปัญหาสิวเรื้อรังได้ลองสำรวจตัวเองในมุมนี้ดูบ้าง ซึ่งอาจจะได้ค้นพบ “รากของปัญหาสิว” ของตัวเองจริง ๆ ได้ในบทความนี้เลยค่ะ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจปัญหาของตัวเองและพอจะรู้ว่า จะต้องทำอย่างไรต่อไปบ้างด้วยตัวเอง

ขอย้อนไปเมื่อ 11 ปีที่แล้ว คือ ประมาณปี พ.ศ. 2552 เป็นปีที่บีมเริ่มแสวงหา “หนทางธรรมชาติ” สู่การ “รักษาสิวให้หายขาดและกลับมามีผิวปกติเหมือนก่อนเป็นสิว” โดยตัดทุกทางที่ใช้ยาและวิถีการรักษาแบบเดิม ๆ ที่ต้องไปคลินิก รับยา ฯลฯ โดยสิ้นเชิง โดยขอเวลาให้ตัวเองแบบจริงจัง 1 ปี

เมื่อได้เริ่มต้น … ก็ได้เริ่มค้นพบ “ความจริง” เกี่ยวกับ “ร่างกาย” ก่อน โดยเน้นที่การรักษาภายในโดยเฉพาะ เน้นไปที่การปรับเปลี่ยนอาหารก่อนเลย ส่วนผิวหน้า เราต้องการควบคุมตัวแปร หมายถึง เราต้องการศึกษาเฉพาะการปรับระบบภายในผ่านอาหาร การดูแลจิตใจ การออกกำลังกาย ที่มีผลต่อสิวและผิว บีมก็จะใช้แค่สบู่ก้อนเดียวเท่านั้น ไม่ได้ใช้อย่างอื่นร่วมเลย และไม่ใช้ยาหรือครีมทาสิวด้วย เพื่อให้รู้ว่า สิวมันจะยุบหรือไม่เพราะปัจจัยภายในเท่านั้น ไม่อย่างนั้น เราจะไม่รู้เลยว่า สิ่งที่เราทำกับภายในที่ไม่ใช่การทาภายนอก จะส่งผลอย่างไรต่อสิวจริง ๆ

จากจุดนั้น ทำให้บีมได้เข้าใจ “ร่างกาย” ตามที่เขาเป็นจริง ๆ เราได้มีโอกาสสำรวจเขา ได้รู้จักเขามากขึ้น โดยเรามีหน้าที่เพียง “ใส่สิ่งที่ดี ๆ แล้วให้เขาเผยแสดงสิ่งต่าง ๆ ออกมาเอง โดยเราเป็นเพียงผู้สังเกต” และแม้บีมจะไม่ได้ออกไปทำงานข้างนอก เพราะ ตัดสินใจทำงานที่บ้านเพื่อดูแลคุณยายซึ่งตอนนั้นเป็นผู้ป่วยติดเตียง แต่ก็ถูกทักเสมอจากญาติ ๆ ที่หวังดีต่อเรา แต่ถ้าบีมตัดสินใจแล้ว บีมก็จะปักหลักทำจนถึงที่ตัวเองวางเวลาเอาไว้ ไม่สั่นคลอน ไม่เปลี่ยนใจ มีท้อ มีนอยด์ แต่ก็ยึดมั่นในสิ่งที่สัญญากับตัวเอง แล้วไปต่อ

จากจุดนั้น ทำให้บีม “ศรัทธา” ใน “ธรรมชาติ” มาก ๆ ว่าเขาสามารถเยียวยาร่างกายเราได้จริง ๆ และยอมสยบให้กับธรรมชาติตั้งแต่ปีแรกนั้นเลย เรารู้เลยว่า พลังธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่และรักษาเราได้จริง ๆ เราเพียงแค่ “สังเกต” และ “ป้อนสิ่งดี ๆ” ก็เท่านั้น นอกนั้นเขาจัดการให้หมดเลย

และบีมก็เข้าใจภาวะ “กระทุ้งพิษ” ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เพราะมีอยู่วันหนึ่ง ซึ่งเราก็ดูแลตัวเองตามปกติในแบบที่ดี แต่มันเกิดหายใจไม่ค่อยสะดวก แต่ก็แค่ “รู้” ว่ามีอาการนั้น แล้วก็จิบน้ำไปเรื่อย ๆ อีกไม่นาน ก็หายใจทะลุโล่งเฉยเลย เลยรู้ว่า … อ้อ ธรรมชาติเขาทำงานของเขาเองแบบนี้จริง ๆ

หรือมีอยู่ครั้งหนึ่ง ปั่นน้ำผักผลไม้กิน แล้วดันใส่พวกเครื่องเทศร้อนมากไป ไม่กี่ชั่วโมง น้ำมูกมาเลย ทั้งที่ไม่หนาวเลย แต่เป็นหวัดร้อนที่เกิดจากภาวะร้อนเกินจากการกินเครื่องเทศที่มีประโยชน์มากไป ซึ่งตัวเองก็มีธาตุร้อนและภาวะร้อนเกินเป็นพื้นฐานอยู่ ก็ทำให้เราเข้าใจว่า อะไรที่ดี แต่มากไปก็เสียสมดุลและป่วยได้ ใช้เวลาไม่นานก็หาย เพราะแค่ปรับสมดุลให้เย็นลงเท่านั้นเอง โดยไม่ต้องใช้ยา

และระหว่างที่เราได้ทดลองอะไรต่าง ๆ กับตัวเองมากมายนั้นตามแนวทางธรรมชาติของแต่ละกูรู ก็ได้ “เห็น” กายใจ “ชัดเจน” ขึ้นเรื่อย ๆ มันเหมือนกับว่า สิวเป็นเพียงแค่ “สิ่งสะท้อน” สุขภาพกายใจของเราเท่านั้นเอง เพราะ เรารู้แล้วว่า มันไม่เกี่ยวกับครีมเพราะเราใช้สบู่ก้อนเดียว แต่สิวที่ขึ้นหรือยุบ ผิวที่ดีหรือไม่ดี มันอยู่ที่ อะไรที่เราใส่เข้าไปภายในล้วน ๆ ทั้งที่มองเห็น คือ อาหาร น้ำ อากาศ ที่มีคุณภาพดี สะอาด และเพียงพอ และ อารมณ์ที่เรามี

แต่พอครบ 3 เดือน เมื่อเข้าใจแล้วว่า สิวและผิว เท่ากับ ทุกสิ่งที่ใส่เข้าไปให้ตัวเองข้างใน ก็พบว่า การที่ใช้แต่สบู่ก้อนเดียวนั้น ผิวก็แย่มาก รอยสิวเต็ม หน้าเหี่ยวแห้ง มีริ้วรอยขาดน้ำชัดเจน ทั้งที่อายุแค่ 25 ปีอยู่เลย ก็เลยลองหาครีมทางเลือก ที่ไม่ได้ขายในท้องตลาด เพราะใช้มาหมดแล้ว ไม่เวิร์ค พอเราเจอ ก็เลยลองใช้ ใช้แล้วผิวดีขึ้นจริง ๆ ก็เลยรู้ว่า อ้อ…ผิวก็ต้องใช้ของที่เหมาะสมด้วยนะ จึงจะดี ก็ทำให้เราเรียนรู้ว่า ต้องดูแลข้างในและข้างนอกไปพร้อม ๆ กัน

หลังจากนั้น ก็ค่อยมาเริ่ม “ล้างพิษ” ลำไส้ และ ตับ ในภายหลัง ด้วยการกินอาหารเสริมแบบสมุนไพร ส่วนการล้างตับ ก็ใช้การสวนกาแฟ ซึ่งก็ได้เรื่องการล้างลำไส้ไปด้วย และภายหลังไม่สะดวก ก็มีใช้ชุดล้างตับที่สะดวกขึ้นและได้ผลดีมาก

ก็เลยทำให้เข้าใจว่า อ้อ … การคลีนลำไส้และตับ มันดีอย่างนี้เองนะ สิวหายเร็วมากเลยเชียว แสดงว่า เราต้องให้ลำไส้และตับสะอาด สิวก็จะไม่มี

แต่คราวนี้ … ปัญหาที่พบก็คือว่า ทำไมล้างพิษทุกครั้ง ก็มีสิวขับพิษทุกครั้ง และ สิวมันก็ไม่ได้หายขาดเสียที แนวกรามคางนี่มีอยู่เรื่อย ๆ เลย กินอาหารอะไรก็ขึ้นง่ายอยู่

เราก็ไม่เข้าใจจุดนี้อยู่หลายปี จนรู้สึกท้อเหมือนกันว่า หรือมันจะไม่มีทางหายขาดได้จริง ๆ แต่ก็ไม่เคยทิ้งความหวังและความฝันที่จะมีผิวกลับมาเป็นปกติได้อีก เชื่อว่า ถ้าเราต้องการสิ่งใดจริง ๆ จากความปรารถนาลึก ๆ และเราไม่ทิ้งมันกลางทาง เราจะต้องได้รับแน่นอน มันจะต้องมีทาง ไม่ได้เจอวันนี้ แต่ถ้าไม่หยุด ไม่ล้มเลิก เราก็ต้องได้รับในสักวันหนึ่งแน่นอนถ้าวิธีการเราถูกต้อง

แม้สิวจะยังมี แต่ก็ไม่ได้หมดหวัง และก็รู้สึกดีกับผลลัพธ์ที่เกิดจากการดูแลตัวเองแนวทางนี้ คือ กินคลีน เน้นพืชผัก การทำจิตใจให้สงบ การล้างพิษ มันได้เรื่องหุ่นที่ยังดีหลังคลอด ยังมีสุขภาพที่ดี ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล และพึ่งตัวเองด้านสุขภาพได้เมื่อชีวิตอยู่ในช่วงที่รู้สึกขัดสนและขาดแคลน คือ รู้สึกดีที่จะทำมัน ก็ทำต่อและรู้สึกว่า ยังไงก็ต้องคลีนตัวเอง เพื่ออย่างน้อย เรามีสุขภาพดี เราไม่เป็นภาระให้ใครเพิ่ม และก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกได้ในการดูแลตัวเอง ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอะไรเพิ่ม เพราะ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา ตอนนั้นคงไม่มีจ่าย แนวทางนี้ก็ตอบโจทย์ตัวเองมากที่สุดทั้งกายและใจ มันก็ทำให้เราผ่านวิกฤติชีวิตมาได้หลายรอบด้วยจากการที่เรามีต้นทุนสุขภาพในการดูแลตัวเองแนวทางนี้

จนกระทั่งเมื่อประมาณ เดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2561 บีมได้พบกับครูเก๋ วรารักษ์ สู่โนนทอง นักพลังงานบำบัดระดับบรมครูและทูตโยคะหัวเราะคนแรกของประเทศไทย บีมแปลกใจมากที่ครูเก๋บอกว่า “บีมไม่รักตัวเอง” บีมเกิดคำถามทันทีว่า “ดูแลตัวเองดีขนาดนี้ ยังไม่รักตัวเองอีกหรือ”? ซึ่งผลของการอ่านธาตุเจ้าเรือนจากแพทย์แผนไทย หมอเกด พัชริดา แก้วประภา เพื่อนรุ่นน้องที่เชียงราย ก็ตรงกับปัญหาที่บีมมี คือ “ปัญหาตับร้อนมาก เพราะ ไฟในตับมาก” หากไม่ได้ดูแลตัวเองแนวทางนี้มา มีโอกาสสูงมากที่จะเป็น “มะเร็งตับ”!!!

โชคดีของบีมเสียนี่กระไร…ที่ได้มาพบ 2 ท่านนี้ในเวลาที่บีมกำลังต้องการ “ซ่อมตัวเองสูงสุด” แต่ “ดันไม่รู้ตัว”!

ช่วงนั้นบีมมีปัญหาชีวิตหนักมากหลายทางรุมเร้า แต่โชคดีที่ครอบครัวมีความรักและช่วยเหลือเสมอ ความรักจากทุกคนคือสิ่งที่ทำให้บีมยังมีชีวิตอยู่ได้ ทั้งจากครอบครัว ผู้ติดตามผลงานและลูกค้าที่สนับสนุนเราอยู่ตอนนั้น ด้วยวิถีทางที่บีมทำอยู่ บีมมั่นใจว่า บีมแข็งแรงดี … แต่ในวันหนึ่งบีมก็ได้พบความจริงกับตัวเองที่เถียงไม่ออกว่า “รากของชั้น…เน่าแล้วจริงๆ”

บีมเริ่มมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง “ปัญหาสิวเรื้อรังที่กรามคาง” และ “สิวขับพิษที่เป็นไม่เคยหาย” กับ “รากเน่า” ที่ตัวเองเป็นอยู่อย่างชัดเจนมากขึ้น

เพราะ บีมก็ดูแลตัวเองดีทุกอย่าง ยิ่งเรื่องอาหารยิ่งดูแลดีมาก เพราะบีมเชื่อว่า อาหารคือสิ่งที่จะมาเป็นตัวเรา บีมจึงไม่กินอาหารขยะเลย ไม่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปทำร้ายตัวเองเพิ่มแม้ในยามที่ขัดสน แม้จะไม่สามารถกินอาหารที่เกรดดี ๆ ได้เหมือนเคย แต่บีมก็ยังเน้นของที่สด สะอาด และเหมาะกับงบประมาณที่ตัวเองมี ทุกเรื่องลดค่าใช้จ่ายได้หมด ยกเว้น อาหารที่แม้จะลดงบ แต่ไม่ลดเรื่องคุณภาพ เพราะ บีมถือว่า ถ้าเราสุขภาพดีเพราะอาหาร อย่างน้อยเรามีกำลังไปต่อได้ และไม่ป่วยเพิ่มแน่นอน เราจะได้ไม่ต้องมีเรื่องปวดหัวตรงนี้ทั้งส่วนตัวและครอบครัว

บีมเริ่มได้เรียนรู้วิชา “ซ่อมราก” จากครูเก๋ หลาย ๆ วิชา ซึ่งยอมรับว่า ช่วงแรก ๆ ก็ไม่ได้เข้าใจ และเห็นไปทางไสยศาสตร์ด้วยซ้ำ แต่พอได้ทดลองปฏิบัติและเรียนรู้ต่อเนื่อง ก็พบว่า มันเป็นวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจง่ายและตรงไปตรงมามาก ๆ ทั้งหมดเลย

รากที่ว่า คือ พลังงานชีวิต ค่ะ ซึ่งถ้าขาดตัวนี้ไป มันจะเหมือนคนตายทั้งเป็น จะไปเรียนวิชาอะไร กับโค้ชหรือครูที่แพงหรือเก่งแค่ไหน เราก็จะไม่ได้ผลลัพธ์อะไรมากนัก เพราะ รากเรายังเน่า เราไม่มีพลังชีวิตในการที่ทำอะไรเลย

สภาวะหรือธรรมชาติของคนที่ “รากเน่า” จะเป็นประมาณนี้ค่ะ ซึ่งบีมเป็นมาทั้งหมดแล้วและหลุดพ้นออกมาแล้ว จึงบอกได้ คือ

  • รู้สึกไม่มีความสุขเลย กดดันตัวเองตลอดเวลา
  • ไม่มีเวลาดูแลตัวเองและคนที่เรารัก ไม่มีสมดุลชีวิต
  • รู้สึกตัวเอง “ไม่ดีพอ” ตลอดเวลา แบบไม่รู้ตัว
  • เอาแต่ทำงาน ทำงาน ทำงาน และตั้งเป้าหมายแค่เรื่องเงินอย่างเดียว
  • ให้เงินนำชีวิตทุกเรื่อง กลัวไม่มีเงิน
  • หัวเราะไม่ได้ เล่นกับลูกไม่ได้ (สำหรับคนมีลูก)
  • รู้สึกเหนื่อยและหมดแรง
  • ไม่อยากตื่น ไม่รู้จะตื่นมาทำอะไร
  • เห็นคนอื่นมีความสุข ก็รู้สึกไม่ดี อิจฉาเขา อยากให้เขาไม่มีความสุขเหมือนเรา
  • รู้สึกชีวิตมันยากมาก คือการต่อสู้ ที่ไม่สิ้นสุด
  • เหมือนตัวเองเป็นหมาบ้า พร้อมที่จะเหวี่ยงและกัดคนอื่นตลอดเวลา ถ้าเราไม่พอใจ
  • หงุดหงิด โมโหง่าย กับทุกเรื่อง เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
  • รู้สึกไร้คุณค่า ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ล้มเหลวมันทุกเรื่อง
  • กลัว ซึ่งเราไม่รู้หรอกค่ะว่าเรากลัว แต่มันจะออกมาในรูปแบบ “ไม่เผชิญหน้าปัญหา” และ “หมกปัญหาไว้” และออกไปหาความสุขข้างนอกตัวเรื่อย ๆ ไม่ยอมแก้ปัญหาให้ผ่านซะที
  • อิจฉาริษยา คิดลบ ไม่ยินดีกับใครที่สุขและสำเร็จ
  • ร้องไห้ง่าย บ่อย เรียกร้องความสนใจแบบไม่รู้ตัว อาจจะด้วยการเจ็บป่วยในรูปแบบต่าง ๆ
  • รู้สึกทำไม่ได้ ไม่สำเร็จหรอก ดูถูกตัวเอง ในใจลึก ๆ ตลอดเวลา โดยไม่รู้ตัว
  • รู้สึกโลกนี้โหดร้าย หมดศรัทธาในความรัก (แต่บีมโชคดีที่ได้รับความรักจากครอบครัวตลอดช่วงมีปัญหา แต่กับคนอื่น ๆ ข้างนอก เรารู้สึกว่า ไม่มีใครหรอกที่รักเราจริง)

ซึ่งพลังงานเหล่านี้ คือ พลังของเราในตอนนั้น เหมือนถังขยะเน่า ๆ ใบหนึ่ง ที่แสดงออกมาเป็น “สิว” และ “กลิ่นตัว” ที่ชัดเจน ที่แม้จะดูแลตัวเองดีเท่าไหร่ แต่ในเมื่อ “รากมันเน่า” อยู่อย่างนี้ มันก็จะผลิตสารเคมีพิษที่ทำให้เราเน่าอยู่ตลอดเวลาในระดับที่เราไม่ได้คิด มันเป็นเอง เป็นธรรมชาติเน่า ๆ ของเราอย่างไม่รู้ตัว!

แล้วบีมก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบของร่างกายที่เกี่ยวกับ “ความเครียด” และ “การสั่นเอาความเครียดออก” ที่เรียกว่า TRE (Tension & Trauma Releasing Exercise) ที่บีมได้เรียนทั้งทฤษฎีและ workshop อยู่ 2 วันจาก คุณ Lory Ann ซึ่งเป็น Certified Coach ที่เชียงใหม่ ที่ Freedom Within ทำให้บีมเข้าใจเกี่ยวกับความเครียดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์แท้ ๆ เข้าใจเรื่องระบบประสาทที่เกี่ยวข้อง และ เข้าใจเลยว่า ที่เราเป็นทั้งหมดนั้น มันเกี่ยวกับ “ความเครียดสะสมและความเจ็บปวดฝังลึก” ต่างหาก แค่เราเอาออก มันก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง ซึ่งผลการฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง มันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ที่เรารู้เลยว่า เราต้องแก้ที่ “ก้านสมอง” ซึ่งวิธีการคิดบวกหรือจิตใต้สำนึก มันจะแก้ส่วนนี้ไม่ได้เลย เพราะ มันเป็นคนละระบบกัน

มันก็เป็นอีกสเต็ปค่ะ ที่​ “สิว” ที่ยังเหลือนี้ ทำให้บีมได้ “เข้าใจ” กายใจลึกซึ้งขึ้นไปอีก เราเริ่มรู้แล้วว่า ระดับการคิด ความรู้สึก และการเป็นไปตามธรรมชาติตามสัญชาติญาณนั้น มันต่างกันอย่างไร และเราจะจัดระบบกายใจของเราให้ถูกต้องอย่างไร ซึ่งถ้าคนที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้ จะยังคงพยายามใช้วิธีคิดบวก และ สั่งจิตใต้สำนึก เพื่อแก้ปัญหาในส่วนของ “ความเครียดในระบบประสาท” ซึ่งในส่วนนี้ มันต้องแก้ด้วยกาย เพราะ มันฝังในกาย ไม่ใช่ในใจ ซึ่งตัวบีมเองเก็ตเรื่องนี้ในตอนที่เรียน TRE นี้ล่ะค่ะ เลยรู้แล้วว่า ต้องกำจัดเอาความเครียดออก แล้วระบบร่างกายจะดีขึ้นแบบองค์รวมเลย โดยไม่ต้องคิดบวกหรือไปสั่งจิตใต้สำนึกเลย แล้วพลังงานบวกตามธรรมชาติของเราจะกลับมาเอง

พอบีมเข้าใจเรื่องนี้ ก็เลยเข้าใจทุกเรื่องที่ครูเก๋เคยสอน ซึ่งเกี่ยวกับพลังงานบำบัดทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การหัวเราะ ที่เป็นระบบการ “สั่นออก” ที่ธรรมชาติให้มนุษย์มาด้วย เพื่อใช้สลายความเครียด ที่ธรรมชาติก็รู้ว่ามนุษย์ต้องเจอตลอดเวลาตั้งแต่เกิดจนตายอยู่แล้ว แต่มนุษย์ก็เลิกใช้วิธีนี้เมื่อโตขึ้น และส่วนใหญ่ก็ไม่หัวเราะอีกเลย!!!

การหัวเราะ หรือ การทำ TRE จะคลายแกน HPA ซึ่งแกนนี้ จะเป็นระบบประสาทที่เชื่อมกับก้านสมอง ที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายเจอความเครียด เขาจะหยุดทำงาน ซึ่งส่งผลต่อช่องท้องก่อนอันดับแรก ทำให้ไม่อยากกินอาหาร ระบบขับถ่ายไม่ปกติ ต่อมาผิวจะเริ่มแห้ง ขาดน้ำ และมีอีกหลายอย่างตามมา เหมือนคนที่พร้อมจะยกโอ่งตลอดเวลาตอนไฟไหม้! เข้าสโลแกน ชีวิตต้องสู้ ตลอดเวลา!!!

ถ้าเป็นมาก ๆ นาน ๆ สะสมไป แล้วไม่เอาออก จะเข้าสู่สภาวะ “เก็บตัว” และ “ซึมเศร้า” เป็นโหมดตัดขาดจากโลก เพราะ ระบบประสาทไม่สามารถรับความเจ็บปวดและการกระตุ้นได้ต่อไป จะเป็นสภาพเสมือนตาย เลือดจะไหลเวียนช้า ความดันต่ำ ไม่มีพลังหรือแรงที่จะทำอะไร

ซึ่งถ้าหากได้สั่นออกแบบ TRE หรือ หัวเราะออกแบบ โยคะหัวเราะ และ ปิดท้ายด้วยการ grounding หรือโยคะนิทรา ซึ่งเป็นการกำจัดความเครียดอย่างมีขั้นตอน มีงานวิจัยรองรับ และมีผลลัพธ์ที่ถูกต้องจริง จะช่วยให้ระบบประสาทที่เครียดที่พีค ลงสู่สมดุลได้ ซึ่งในภาวะสมดุล มนุษย์จะรู้สึกว่า อบอุ่น และ ต้องการอยู่ร่วมกัน รู้สึกมั่นคงภายใน และสุขภาพก็จะดีด้วย

ยังไม่รวม แสง สี เสียง บำบัดอื่น ๆ ที่ครูเก๋สอนและบำบัดให้ในคอร์สส่วนตัว ที่บีมได้เข้าใจและเรียนรู้วิชาซ่อมรากที่แท้จริง ซึ่งเรารู้เลยว่า ถ้าราก คือ พลังงานนี้ ยังไม่ดี ไม่มีทางเลยที่เราจะทำอะไรได้สำเร็จหรือจะไปแก้ปัญหาอะไรได้จริง ๆ

และเมื่อบีมตั้งใจ “ซ่อมราก” โดยตั้งใจเพียงแค่ว่า จะกลับมาหัวเราะด้วยตัวเองให้ได้แบบไม่มีเงื่อนไข และอยากจะเล่นกับลูกได้อีกครั้ง และรู้สึกว่า ถ้าเรายังพัง คนที่ติดตามเราก็คงจะไม่ได้รับประโยชน์จากงานของเราเต็มที่แน่ ๆ เราคงจะถ่ายทอดอะไรพัง ๆ ออกไป ซึ่งทำให้บีมรู้สึกว่า เราต้องกลับมาซ่อมตัวเองก่อนที่จะไปดูแลคนอื่น …

จากวันนั้นถึงวันนี้ บีมฝึกโยคะหัวเราะต่อเนื่อง และ เรียนรู้ศาสตร์ของครูเก๋อยู่เรื่อย ๆ โดยการติดตามไปเข้ากิจกรรมเมื่อมีโอกาส และบีมก็ได้มีการอธิษฐานจิตที่ถูกต้อง และศึกษาแนวทางการใช้ชีวิตจากไบเบิ้ลโดยตรงทุกวัน บีมจึงได้เข้าใจว่า รากที่ดี … มันเป็นอย่างนี้นี่เอง … และดีใจที่พลังงานที่ดีกลับมาแล้วในตัวเรา เป็นเหมือนน้ำดีที่มาแทนน้ำเน่าแล้วนั่นเอง

ผลลัพธ์ที่ได้คือ บีมหลุดพ้นจากความกังวลเรื่องสิว ซึ่งความรู้สึกเกี่ยวกับสิว ถ้าเรายังโฟกัสมัน เรายังมีความรู้สึกต่อมัน แสดงว่า เรายังไม่หลุดนะคะ และความรู้สึกนี้ จะทำให้เราเป็นสิวไม่หาย พอจะหาย มันจะดึงเรากลับเข้ามาทำอะไรที่ทำให้เราเป็นสิวต่อไปอีกเรื่อยๆ

ซึ่งพอบีมได้ซ่อมรากตัวเองได้แล้วจริง ๆ บีมก็มองเห็นย้อนกลับไปถึง “รากเหง้า” ของสิวของบีมเลยว่า … ความรู้สึกไร้คุณค่าในตัวเองและขาดความรัก ที่อยู่ในใจมาตั้งแต่เล็ก ๆ ทั้งที่ครอบครัวของบีมนั้นรักและดูแลบีมได้ดีเลยนะคะ แต่คงจะเป็นเพราะความเครียดของแม่ช่วงท้องบีมและบรรยากาศของความขัดแย้งในบ้านอยู่เสมอ ๆ ในเวลานั้นของผู้ใหญ่ มันทำให้เรากลายเป็นเด็กที่สะสมความเครียดไม่รู้ตัว

บีมย้อนกลับไปดูรูปตัวเองตอนเด็ก จริง ๆ ก็เป็นเด็กที่มีธรรมชาติที่มีความสุขนะคะ แต่ความรู้สึกเหล่านี้ มันเข้ามาแบบเราไม่รู้ตัว ซึ่งตรงกับทฤษฎีการเลี้ยงเด็กและจิตวิทยาว่า ช่วงในท้องแม่จนถึง 7 ปี (จริง ๆ ยาวไปถึง 17-20 ปี) เด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบใด บุคลิกของเขาก็จะเป็นเช่นนั้น ซึี่งในส่วนนี้บีมได้เข้าใจจากคลิปสอนนักศึกษาแพทย์ของ Dr.Bruce Lipton เจ้าของผลงาน The Biology of Belief นักวิทยาศาสตร์ด้านเซลล์ที่เข้าใจเรื่องจิตวิญญาณเป็นอย่างดีผ่านการศึกษาเซลล์มายาวนานหลายปี

และช่วงปีหลังๆ มานี้ มีงานวิจัยและหนังสือออกมาเพิ่มเติม ที่พบความสัมพันธ์ระหว่าง “ความเจ็บปวดฝังลึก” หรือ Trauma ในวัยเด็ก ที่ส่งผลต่อการเผยแสดงของโรคเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่ที่ไม่รู้สาเหตุจำนวนมากเพิ่มขึ้น

เหตุผลสำคัญคือ ครอบครัวมากมายที่อยู่ในยุคทุนนิยมและบริโภคนิยม ไม่ว่ารวยหรือจน ล้วนพบปัญหาคือ ขาดความรัก … มีส่วนน้อยเท่านั้นที่พ่อแม่รู้ความจริงนี้และพยายามที่จะช่วยให้ลูกปลอดภัยจากสภาวการณ์คุกคามของทุนนิยมเช่นนี้ได้ ซึ่งทำให้เด็กนั้นเติบโตแข็งแรงทั้งกายใจจริง ๆ

และจากหนังสือนิยาย The Celestine Prophecy ทำให้บีมเข้าใจเรื่อง “วิวัฒนาการด้านจิตวิญญาณ” ของมนุษย์และพลังงานบำบัดได้ดีมาก ๆ จนสรุปได้ว่า รากเหง้าของปัญหามนุษย์ยุคนี้คือ การขาดการเชื่อมต่อกับพลังที่สูงกว่าและการขาดความรักที่แท้จริง เท่านั้นเอง ซึ่งปัญหาจะเกิดตอนที่เป็นเด็กและอยู่ในครอบครัวที่ไม่ได้มอบพลังรักและเวลาให้กับเด็กอย่างเพียงพอ

สุดท้ายนี้ บีมขออนุญาตสรุปธรรมชาติของ​ “พลังงานที่ดี” ที่จะทำให้สิวหายขาดได้จริง จะต้องทำให้เรารู้สึกได้แบบนี้นะคะ

  • มีความมั่นคงภายใน รู้สึกสงบ แข็งแรงจากภายใน
  • มีความชัดเจนในทุกอย่างที่ตัวเองลงมือทำ
  • ไม่กลัว ไม่กังวล รู้สึกอิสระจากทุกสิ่ง
  • รู้สึกว่าได้รับความรักและมีความรักแบ่งปันให้ผู้อื่น
  • เห็นคนอื่นสุข ก็สุขตามแบบธรรมชาติ ไม่ได้พยายามคิดให้ตัวเองสุขไปด้วย
  • ยอมรับในความไม่สมบูรณ์และพร้อมพัฒนาตัวเองเสมอ
  • เห็นสิ่งบวกตลอดเวลา แม้ในสถานการณ์ที่ดูแย่
  • รู้สึกว่า เราทำได้ ด้วยพลังของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเรา ที่สนับสนุนเราเมื่อเราได้ทำสิ่งที่ดีงาม
  • ให้อภัย ไม่จดจำเรื่องที่ทำให้เจ็บใจ จดจำแต่สิ่งที่ดี ๆ ของผู้คนรอบตัว

และสิ่งที่ง่ายที่สุด ที่จะสำรวจ “ราก” ของเราเอง คือ แววตาค่ะ

แววตา เป็นหน้าต่างของจิตวิญญาณ

ในทางแพทย์แผนจีน ดวงตาเป็นหน้าต่างของตับ และตับเป็นอวัยวะที่สะท้อนถึงพลังงานแห่งความรัก …

และแววตา เป็นสิ่งเดียวที่ศัลยกรรมทำไม่ได้ …

ถ้าวันนี้ … พลังงานและแววของเราสดใส ก็การันตีได้ว่า ต่อไปผิวก็ต้องเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน

ดังนั้น … จะเปลี่ยนผิว … จะให้สิวหายขาด ต้อง “ซ่อมราก” ซ่อมพลังงานนะคะ ซึ่งคุณจะเข้าใจเพิ่มเติมได้เมื่อดูคลิปนี้เพิ่มเติมจนจบค่ะ

บีมขอให้ทุกคนที่มีปัญหาสิวเรื้อรัง ที่อ่านมาถึงตรงนี้ อย่าอ่านผ่านเลยไปนะคะ ถ้าอยากหายจริงๆ ขอให้กลับไปทบทวนตัวเองดูว่า เรากำลัง “รากเน่า” อยู่หรือเปล่า … ถ้าใช่ ก็แก้ตรงนั้นค่ะ เรื่องผิวก็ดูแลไปตามกระบวนการที่บีมได้สอนเอาไว้แล้วใน https://shiningbeam.org/siwsecretonlinecourse/ แต่จุดสำคัญที่สุดที่จะทำให้หายขาดได้หรือไม่ คือ ราก หรือ พลังงาน นั่นเอง

ขอให้ทุกคนมีพลังและรักษาความหวังเอาไว้ ทำต่อไปจนได้มีผิวและสุขภาพที่ปรารถนานะคะ

ด้วยรัก
บีม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.