เข้าใจ “ธรรมชาติชีวิต” ด้วยการเขียน “กราฟชีวิต”

Posted by
สรุปแผนผังการเดินทางภายในกับเหตุการณ์และชีวิตภายนอกในเวลา 11 ปี (2552 – 2563) ณ วันที่ 23 ส.ค. 2563

อยู่ดี ๆ เช้าวันนี้ บีมก็ได้รับการดลใจให้เขียนกราฟสรุปชีวิตนี้ขึ้นมา ตอนแรกคิดว่า จะทำสรุปไว้ดูเอง แต่พอแบ่งปันออกไปแล้วในไลน์ พบว่ามีประโยชน์ต่อผู้ที่ได้เห็น เพราะมันน่าจะเข้าใจง่าย เลยตัดสินใจนำมาแบ่งปันที่บล็อกนี้ด้วยค่ะ

ซึ่งพอเรามาเขียนทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา มันเข้าใจทุกอย่างได้ชัดเจนมากเลย ว่าชีวิตเป็นไปตามพลังงานจริง ๆ ด้วย!

พลังงานชีวิต เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะเป็น “รากฐาน” ของการดำรงอยู่ของเรา

ในมุมหนึ่ง สามารถเข้าใจได้ว่า หมายถึง ชี่ หรือ ปราณ ที่เราได้หายใจเอาอากาศเข้าไป ได้รับอาหารและน้ำ แล้วทำให้เรามีชีวิตดำรงอยู่ได้

แต่ในอีกมุมหนึ่ง พลังงานของชีวิต คือ คลื่นความถี่ของเรา ซึ่งเมื่อเจาะลึกลงไปมากกว่าอะตอม มนุษย์ก็คืออนุภาคพลังงานที่มารวมกันตามการพลังของจิต (หรือพระปัญญาของพระเจ้า สำหรับผู้เชื่อในพระเจ้า)

แนะนำให้ไปอ่านบทความ เข้าใจตัวเองมากขึ้นด้วยแมนดาล่าและแผนภูมิระดับของ “การตระหนักรู้” โดย Dr.David R. Hawkins ก็จะเข้าใจมากขึ้นค่ะ

ช่วงที่เรามีพลังงานที่สะอาด สงบ สมดุล ปราศจากความกลัว ความกังวล ความโกรธ ความรู้สึกผิด ความรู้สึกอยากเอาชนะ เราจะมองเห็นอะไรตามจริง ชัดเจน ทางมันจะสว่าง โล่ง โปร่ง สบาย ซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี มันจะเริ่มที่ตรงนั้น

ซึ่งเมื่อชีวิตต้องเจอปัญหา แล้วเราเริ่มให้ความรู้สึก “กลัว” เข้ามาสิงอยู่ ซึ่งหลายคนไม่รู้ตัวว่ามีความรู้สึกเหล่านี้อยู่ในตัวเอง มันจะทำให้คลื่นความถี่ของเราต่ำลงทันที คือ รู้สึกปุ๊บ ต่ำปั๊บ ไม่มีดีเลย์!

หลังจากนั้น ความซวยต่าง ๆ ก็จะมาเยือนข้างหน้า ไปทางไหนก็เจอแต่คนไม่ดี สิ่งไม่ดี แล้วก็โทษฟ้าดินกันไป…

จริง ๆ แล้วมันเริ่มที่ “พลังงานของเรา” นี่ล่ะค่ะ ที่บีมตกผลึก…

บีมเองเป็นคนหนึ่งที่เคยอ่านหนังสือมาเยอะ ก็ได้เห็น ได้รู้ ประโยคที่เขาพูดกัน สอนกันว่า “เริ่มเปลี่ยนที่ตัวเอง” แต่ก่อนหน้านั้นมันก็ไม่ได้เก็ต เพราะประสบการณ์ชีวิตมันยังไม่มากพอที่จะทำให้เราเข้าใจทะลุปรุโปร่งด้วยตัวเอง

แต่พอเรามาถึงจุดที่พลังงานเราเป็นบวกโดยธรรมชาติแล้ว จากการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติ ในด้านพลังงานบำบัด โยคะหัวเราะ การอธิษฐานที่ถูกวิธีอย่างต่อเนื่อง และการลงมือทำสิ่งที่ต้องทำ มองย้อนไปก็เลยเข้าใจแล้วว่า

“เออ…มันอยู่ที่เรานี้แหละ เราเลือกได้ตลอดแหละว่า เราจะเอายังไงกับชีวิต จะเลือกดีเลือกชั่ว ก็อยู่ที่เรานั้นแหละ ไม่ต้องไปโทษอะไรเลย”

และก็เข้าใจแล้วว่า ไสยศาสตร์ ดูดวง เป็นสิ่งที่ใช้พลังงานความกลัวของคนหล่อเลี้ยงให้มันดำรงอยู่ได้ … ถ้าเราไม่กลัวเสียแล้ว ระบบประสาทเราสมดุลแล้ว สงบแล้ว มันก็จะไม่มีผลอะไรกับชีวิตเลย

เรื่องเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเบอร์ อิทธิพลของตัวเลข บีมเชื่อว่า ตัวเลขมีพลังนะคะ ทุกอย่างมีพลังในตัวเอง แม้แต่หิน ดิน กรวด ทราย หญ้าเขียว ๆ มันมีพลังหมดล่ะค่ะ ทุกสิ่งบนโลกนี้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขหรือตัวหนังสือหรอก

ส่วนตัวแล้ว บีมเปลี่ยนชื่อมาเยอะ บีมเลยเข้าใจว่า ต่อให้เปลี่ยนมากี่ชื่อ แสวงหาอาจารย์ดีแค่ไหน จ่ายแพงแค่ไหน ถ้าพลังงานยังเน่าเหมือนเดิม มันก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปมากนักหรอก เพราะเราก็จะคิดแบบเดิม ทำแบบเดิม ชีวิตก็อีหร็อปเดิม เสียเงิน เสียเวลาเปล่า

ชื่อแรกสุด​ แม่ตั้ง​ ริตา​ หอมลา (ซึ่งจริง ๆ แล้วน่ารักและดีอยู่แล้ว)
มหาลัย > สันต์ฤทัย​ หอมลา (หาเอง คำนวณเลขเอง เปลี่ยนเอง)
ทำงาน > ริญญาภัทร​์​ หอมลา, พีรญา​ สุขพิมลกุล​ > วรดาภา​ สุขพิมลกุล (หาอาจารย์)

เบอร์โทรก็เหมือนกันค่ะ หมอแต่ละคนก็จะบอกว่า เลขของหมอคนก่อนไม่ดีเลย ต้องเปลี่ยน ๆ จนเรามีคำถามว่า แล้วของใครดีสุดคะ? ทุกคนก็ต้องว่าของตัวเองดีหมด ใช่ไหมคะ เราไม่ได้ลบหลู่อะไร แต่บีมพูดจากประสบการณ์ตรงของตัวเองเท่านั้นค่ะ

สุดท้าย มาสังเกตตัวเองว่า เปลี่ยนแล้ว … เรายังอยากโทรหาคนเดิม ยังเกลียดคนเดิม แล้วมันเปลี่ยนยังไง ชีวิตก็เหมือนเดิม

พลังตัวเลข มันอาจจะดี แต่ถ้าพลังเราแย่กว่าพลังเบอร์ … มันก็คงหักล้างกันไปพอดีค่ะ เปลืองเงินเปล่า ๆ …

สำหรับบีม คลื่นความถี่เหมือนเลนถนนให้รถวิ่ง เรานี้เป็นรถ คลื่นความถี่เป็นเลน ซึ่งคลื่นนี้จะไปตาม “ความรู้สึกของเรา” ดังนั้น ชีวิตของเราก็จะไปตามคลื่นพลังงานต่ำหรือสูงซึ่งคือความรู้สึกต่างๆ นี้ล่ะค่ะ

ซึ่งถ้าจับต้องได้ชัดเจนคือ อยู่ที่ระบบประสาทของเรานั่นเองค่ะ ศาสตร์ TRE จะมีหลักวิทยาศาสตร์อธิบายชัดเจนเรื่องนี้ สามารถหาอ่านได้ในบล็อกนี้ (พิมพ์คำว่า TRE ในช่องค้นหา เดี๋ยวมันจะขึ้นบทความมาให้ค่ะ)

การสังเกตภายในของบีม ที่เห็นตัวเองในช่วงคลื่นความถี่สูงและความถี่ต่ำแบบชัดเจนมากขึ้น เพราะอยู่มาทั้ง 2 สถานะแล้ว พบว่า ปัจจัยสำคัญในการเลื่อนขึ้นลงของระดับพลังงานคือ ระดับของความเครียด

ซึ่งมีงานวิจัยรองรับมากมายว่า ความเครียด คือ เพชรฆาตอันดับ 1 ของคนทั่วโลก ที่ทำให้ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง ซึมเศร้า และตายเร็วค่ะ

เครียดเพราะโลกวัตถุนิยมมันกัดกินจิตวิญญาณ ต้องทำงานแลกเงิน ทำงานเพื่อเงิน บูชาเงิน จนไม่มีเวลาได้ดูแลสุขภาพและใช้ชีวิตที่แท้จริง ซึ่งเป็นชีวิตที่มันสุขง่าย สงบง่าย ตั้งแต่ตอนนี้เลย ซึ่งโยคะหัวเราะช่วยทำลายความเครียดได้โดยตรง เร็ว แรง จริง ๆ และได้ผลกับทุกคนที่ทำมันจริงจัง!

ช่วงที่ชีวิตบีมดาวน์มาก ๆ พลังอยู่ในช่วงคลื่นความถี่ต่ำตลอดเวลา ชีวิตจะเป็นอย่างนี้ค่ะ

ช่วงชีวิตตกต่ำสุด ๆ ซึมเศร้าเรื้อรังแบบไม่รู้ตัว หัวเราะไม่ได้ เป็นเวลาประมาณ 3 ปี

ช่วงนั้น แสวงหา “วิธีการหลุดพ้นจากทุกข์” ที่เจออยู่เยอะมาก หนี้สินก้อนโต และ ลูก 2 คนที่ต้องเลี้ยงดู งาน เงิน ที่ร่อยหรอ ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ หรือ สำเร็จแป๊บเดียวก็ตกลงมาอีก จนดาวน์หนักมาก ร้องไห้ ทะเลาะกับสามีเกือบทุกวัน เริ่มเหมือนหมาบ้า อยากขังตัวเองไว้ ไม่ให้กัดลูก กัดคนรอบข้าง รู้สึกผิดตลอดเวลา มันแย่มาก ๆ เลยค่ะ

ไปหาเรียนวิชาอะไรที่เขาสอนกันกับครูโค้ชดัง ๆ ช่วงนั้น มันจะได้ผลแค่ช่วงสั้น ๆ ที่เราลองเอากลับมาทำ แต่พอเราทำไปสักพัก คือ มันไม่ใช่ตัวเรา เราเป็นคนเรียบ ๆ จะให้เราโผงผางตึงตังมีพลังแรงแบบเขา มันก็ไม่ใช่!?

พอมีคนทำได้ แต่เราทำไม่ได้ เราก็รู้สึกแย่ … เรานี่มันแย่จริง ๆ รึเปล่า? ทำไมไม่ได้ผลเสียที

พอพ้นจากจุดนั้นมาแล้ว เรามาวิเคราะห์ย้อนหลัง เราเข้าใจแล้วว่า ที่เราทำไม่ได้ มันไม่ใช่ความผิดของเราหรือของใคร แต่มันเป็นเพราะ มันไม่ใช่สิ่งที่ออกมาจากพลังงานและแรงปรารถนาของเราจริง ๆ ต่างหาก

เราพยายามหาสูตรสำเร็จเพื่อให้รวยเร็ว จะได้หมดหนี้เร็ว โจทย์มีแค่นั้น ทำอะไรก็ได้ที่ได้เงินเยอะ ๆ ลูกและครอบครัวจะได้สบาย …

แต่ชีวิตแท้มันไม่ใช่อย่างนั้น

พอใจเราพ้นจากจุดนั้นแล้ว เราเข้าใจแล้วว่า

  • ชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย และมีเพียงหนึ่งเดียว
  • เราเท่านั้นที่จะต้องเข้าใจและรู้ว่าตัวเองเกิดมาเพื่อทำอะไร
  • ไม่มีสูตรสำเร็จของใครใช้ได้กับของใคร
  • อย่าไปคิดว่า หมดหนี้ก่อน แล้วถึงจะสุข เพราะ ชีวิตมันสุขได้ตั้งแต่ตอนยังมีหนี้นี่แหละ และความรู้สึกสุขและอิสระจากหนี้ คือเหตุของการหลุดจากหนี้ต่างหาก
  • อย่าไปเที่ยวแสวงหาคอร์สหรือสูตรสำเร็จจากภายนอกเลย มาจัดการภายในให้สะอาด สงบ สมดุล แทน เข้ามาในตัวเอง เดี๋ยวสติปัญญาจะนำทางเอง และมันออกจากภายในด้วย ไม่ได้มาจากชีวิตคนอื่น ซึ่งมันเวิร์คกับเขา ไม่ใช่กับเรา
  • ความรวย ความมั่งคั่ง คนเอาไปผูกความหมายกับ มีเงินมาก มีวัตถุมาก ชีวิตสบายมาก ซึ่งบีมเลี่ยงการใช้ 2 คำนี้ เพราะ ฟังแล้วหนักชอบกล และมาเข้าใจตัวเองจริง ๆ ว่า เราต้องการอิสระ ไม่ได้ต้องการรวย แต่ถ้าเรามีหนี้ ต้องรับผิดชอบใช้เขาให้หมดด้วย แล้วก็จะได้มีอิสระจริง ๆ หนี้คือกรงขังที่มองไม่เห็นแต่มีอยู่จริง ดังนั้น รีบตัดวงจรจากการก่อหนี้ รู้ทันกิเลส ไม่กลัวเสียหน้า อย่าไปสร้างหนี้เพิ่ม ถ้าไม่มีความรู้ในการบริหารจัดการเงินที่ดีเพียงพอ
  • บีมชอบใช้คำว่า “อุดมสมบูรณ์” มากกว่าค่ะ หรือ ภาษาอังกฤษคือ abundance คือ เหลือเฟือ มากมาย ซึ่งเราจะไม่มีทางรู้สึกได้เลยด้วยความคิด ตอนที่เขาให้ดึงดูด ให้คิด ให้จินตนาการ ก็ไม่เห็นจะได้ผลเลย ก็พึ่งมาเข้าใจตอนหลัง ตอนใจสงบสมดุลว่า อ้อ … เราต้องรู้สึกก่อนสิว่า ทุกวันนี้ แค่มีลมหายใจ มันก็เหลือเฟือแล้วมั้ย ขอบคุณได้มั้ยจากใจที่ยังหายใจอยู่ ถ้ารู้สึกซาบซึ้งตรงนี้ได้ มันถึงจะเข้าถึงความอุดมสมบูรณ์ได้ จุดนี้ต่างหากที่จะทำให้เราหลุดพ้นเป็นอิสระจากหนี้และวัตถุนิยมได้จริง ๆ
  • ความคิดที่ใช้สมองซีกซ้าย บีมใช้เยอะมาก แต่พบว่าช่วยแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลยถ้าความรู้สึกหรือพลังยังขาดแคลน หนี้กับความจนสะท้อนความรู้สึกขาดแคลน
  • ฮวงจุ้ยเนี่ย มันจะดีไปตามพลังงานตัวเราค่ะ และ ถ้าเราลุกมาจัดบ้านให้สะอาด พลังงานเราก็จะดีตามไปด้วย ลุกมาดูแลตัวเอง มาออกกำลังกาย มาทำอะไรดี ๆ ให้ตัวเอง ให้คนอื่น พลังงานเราก็จะดีขึ้นไปด้วยเช่นกัน ไม่ต้องไปจ้างซินแสที่ไหน แค่ออกกำลังกายและทำอะไรดี ๆ ให้ตัวเอง จัดบ้านตามความรู้สึกบวกของเรา ฮวงจุ้ยมันก็ดีละ หรือแค่หัวเราะ พลังมันก็ดีละ จบ…
  • การทำบุญให้ความสบายใจ แต่ควรจบในตัว เช่น ปล่อยปลาไหล ก็ไม่ใช่ให้ชีวิตไหลลื่น แต่เพื่อให้ปลาไหลมันมีชีวิตต่อไป อะไรแบบนี้ อย่าไปทำบุญแล้วหวังจะรวย หวังจะปลดหนี้ เพราะสิ่งเหล่านี้ มันไม่ได้แก้ที่การถวายของ มันแก้ที่พลังงานของเราเองล้วน ๆ พลังงานดี พลังสงบ สติปัญญานำทางเองค่ะ ไม่ต้องไปหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรเลย มายาทั้งนั้น ยิ่งทำยิ่งติดกับดัก เพราะบางทีมันก็ให้ผลอย่างที่เราต้องการในด้านวัตถุและความร่ำรวย แต่เราไม่มีความสุขจริง ๆ หรอกค่ะเมื่อเวลาผ่านไป … ลองสังเกตดูค่ะ

อ่านแล้วดูเหมือนโจมตีสารพัดสิ่งเลยนะคะ แต่…นี่คือเรื่องจริงที่อิงจากชีวิตจริง ๆ ของคนคนหนึ่งที่ทุกข์ทรมานแสนสาหัสมาก่อน จึงอยากแบ่งปันเท่านั้นค่ะ ลองเปิดใจ และเปิดมุมมองใหม่ ๆ ในการพิจารณาชีวิตดูค่ะ ว่าเป็นอย่างนี้จริงไหม?

และไม่ได้เขียนเพื่ออวยครูตัวเองแต่อย่างใด ทั้งหมดนี้คือความจริงที่เกิดขึ้น ว่า … เราเข้าใจและตกผลึกเมื่อเราได้ผลลัพธ์จากการปรับที่พลังงานจริง ๆ เราไม่ได้รวยในทันที หรือหมดหนี้แบบปาฏิหาริย์ แต่เรามีกำลังใจ เรามีความหวัง เรามีสติปัญญากลับมานำทาง เรามีความอดทน เรามีความเพียร เรามีความรัก เรามีหัวใจ เราได้ชีวิตกลับคืนมา … สิ่งนี้ต่างหากที่สำคัญกว่าเงิน

เงินเป็นเพียงวัตถุแลกเปลี่ยนของ ที่ในยุคนี้ มันจำเป็นต้องมี เพราะระบบมันเป็นเอาเงินแลกของ ไม่ใช่ของแลกของกันเกือบหมด แต่ต้องเข้าใจว่า มันจำเป็นเฉพาะกับสิ่งที่ต้องใช้เงิน ซึ่งก็อยู่ที่เราดีไซน์ชีวิต ว่าเราจะเอาชีวิตแบบต้องใช้เงิน 100% เลย ไม่มีไม่ได้เลย หรือเราจะสร้างชีวิตในแบบฉบับที่ ไม่มีก็อยู่ได้ เช่น กลุ่มที่ทำเกษตรพอเพียง เขาก็จะรู้สึกมั่นคงระดับหนึ่งเพราะมีอาหารกินเอง หรือเราจะผสมผสาน มีเงินแบบพออยู่พอกิน พอเลี้ยงครอบครัว และได้ใช้ชีวิตที่เงินก็ให้ไม่ได้ มันดีไซน์ได้หมดค่ะ อยู่ที่เราเลือก

ถ้าในมาตรฐานสังคมทุนนิยม ชีวิตบีมไม่ได้สำเร็จอะไรเลยค่ะ และยังล้มเหลวด้วยซ้ำ เพราะ มันไม่ได้รวย มันไม่ได้มีเงินมาก มันไม่ได้หรูหรา มันก็ยังมีหนี้ที่ต้องจัดการ

แต่ในใจของบีม บีมกลับรู้สึกว่า บีมชนะโลกได้แล้วระดับหนึ่ง ใจของบีมเป็นอิสระเหนือวัตถุและเงินได้แล้วระดับหนึ่ง ที่เหลือ เหลือแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำเพื่อชำระหนี้ให้หมด เพื่อให้เราได้อิสระแท้จริงของชีวิตกลับมา

อิสระนี้สำคัญที่สุดค่ะ และบีมก็รู้สึกได้ถึงสิ่งนี้แล้วด้วย ที่อยากจะทำอะไรที่อยากทำจริง ๆ โดยเงินไม่ต้องมาบงการอีกต่อไป มันมีความสุขมากขึ้นในแต่ละวันที่ได้มีชีวิต รู้สึกอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

สำหรับบีม การเงิน ก็เหมือนกำลังเล่นเกมเศรษฐีหรือเกม Cash Flow ของ Rich Dad มันแค่เกมที่ต้องเล่นให้ผ่าน แต่บีมจะไม่ยอมให้มันมีอิทธิพลเหนือความคิด ความรู้สึก และคุณค่าแท้ในตัวบีมอีกต่อไป ต่อให้เจ้าหนี้หรือใครจะมาทำให้เรารู้สึกแย่ บีมจะปรับพลังงานกลับมาเพื่อเล่นเกมนี้ด้วยความซื่อสัตย์ ความจริงและสติปัญญาของพระเจ้านำทางต่อไป นั่นคือสิ่งที่ตั้งใจไว้กับตัวเอง

แน่นอนว่า ชีวิตคนก็ต้องมีขึ้น ๆ ลง ๆ ชีวิตบีมก็มีสิ่งกระทบทุกวันเช่นกัน แต่การที่เรามีพลังงานเป็นบวกโดยธรรมชาติแล้วจากที่ได้ฟื้นฟูพลังงานกลับมา ผ่านพลังงานบำบัด โยคะหัวเราะ การอธิษฐาน มันทำให้เรารับมือและเดินต่อไปได้อย่างไม่แคร์โลก (ทุนและวัถตุนิยม) อีกต่อไป เดินไปด้วยความเบาสบายใจมากขึ้น มีพื้นที่อิสรภาพของเรามากขึ้นทุกวัน … เท่านี้ก็รู้สึกดีแล้วค่า 🙂

ขอความจริงเป็นแสงสว่างนำทางผู้อ่านทุก ๆ คนนะคะ

และจงสำรวจอยู่เสมอว่า เราทำสิ่งใด ๆ ก็ตาม ด้วยพลัง “รัก” หรือ “กลัว”

จงเลือก “รัก” ค่ะ

ด้วยรัก
บีม 🙂

สนใจศึกษาศาสตร์ด้านพลังงานบำบัดและโยคะหัวเราะเพิ่มเติม ดูได้ที่เว็บของครูของบีมนะคะ https://www.kaymiracles.com/ และ ที่เพจ https://www.facebook.com/KayMiracles/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.