Eng Laughter

“คนไทยไม่ใช่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ
แต่ความกลัวต่างหาก
ที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่
ไม่ก้าวหน้าในภาษาอังกฤษ”

Eng Laughter เป็นคอร์สออนไลน์คอร์สแรกในเมืองไทย

ที่สอนด้วยเทคนิคพิเศษที่ประยุกต์มาจากการฝึก “โยคะหัวเราะ” ที่พิสูจน์กับผู้เรียนรุ่นแรกแล้วว่า ได้ผลจริงด้านการ “ทลายความกลัว เพิ่มความกล้า เพิ่มความหวัง และกำลังใจ ในการฝึกฝนภาษาอังกฤษให้ใช้ได้ผลจริงต่อไป”

สอนต่างจากคอร์สภาษาอังกฤษทั่วไป คือ สอนวิธีทำลายความกลัวที่บล็อคคุณอย่างไม่รู้ตัวในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ด้วยความเข้าใจธรรมชาติของการเรียนภาษา ความรู้เกี่ยวกับสมองและจิตใต้สำนึกที่เกี่ยวกับภาษา การใช้โยคะหัวเราะมาปลดล็อค สนุก ง่าย ได้ผลจริง พร้อมแนะนำวิธีฝึกฝน 4 ทักษะที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่า ไม่ต้องไปเมืองนอก ก็ได้ผลจริง!

คอร์สนี้จะช่วยให้คุณ

  • ทำลาย “ประสบการณ์และการรับรู้เชิงลบ” ต่อภาษาอังกฤษอย่างสิ้นเชิง!
  • เข้าใจกลไกการทำงานของสมองและจิตใต้สำนึกในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้ได้ผลจริง (ไม่ต้องมีความรู้ด้านจิตวิทยาหรือวิทยาศาสตร์ก็เข้าใจได้ง่าย)
  • ทลายความกลัว เพิ่มความกล้า ด้วยเทคนิคโยคะหัวเราะ ที่ได้รับการยืนยันจากผู้เรียนแล้วว่า สนุก ง่าย ปลดล็อคได้จริง เพื่อเพิ่มทักษะด้านการใช้งานจริง!
  • แนะวิธีการเรียนรู้ทุกทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน จากประสบการณ์เรียนรู้ตรงที่ใช้ได้ครบทุกทักษะโดยไม่เคยไปเมืองนอก (เทคนิคสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ)
  • ดูแลกันไปตลอดชีวิต!!!

หากคุณกำลังมีปัญหาดังต่อไปนี้

  • อยากใช้ภาษาอังกฤษได้ดี แต่ก็ไม่รู้ติดอะไรในใจลึก ๆ
  • เรียนภาษาอังกฤษมาก็หลายคอร์สแล้ว แต่ก็ยังไม่กล้าใช้จริง ๆ เสียที
  • เก่งอ่านเขียน แต่เรื่องฟังพูดนี้ ไม่ค่อยกล้าเท่าไหร่ และ กลัวคนจะว่าเราดัดจริตถ้าจะทำปากและออกเสียงให้เหมือนฝรั่ง
  • รู้สึกว่า ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยากและไกลตัว แต่ก็รู้สึกว่าถ้าเรามีทักษะนี้ ชีวิตจะต้องมีโอกาสในชีวิตมากกว่านี้แน่นอน
  • ไม่กล้าพูด ไม่กล้าเขียน ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เพราะ กลัวฝรั่งหรือชาวต่างชาติจะไม่เข้าใจหรือถามเพิ่มแล้วตอบไม่ได้
  • อยากให้ลูกใช้ภาษาอังกฤษได้คล่อง แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ตัวเราจะต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มบ้าง เพื่อช่วยให้ลูกสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กได้จริง ๆ
  • อยากเป็นพ่อแม่ที่ใช้ภาษาอังกฤษกับลูกได้ เพื่อเป็นสภาพแวดล้อมในการใช้ภาษาอังกฤษให้กับลูก

คอร์สนี้ เหมาะสำหรับ…

  • คนไทยทุกคนที่เมื่อนึกถึงภาษาอังกฤษเมื่อไหร่ ก็รู้สึกแย่ขึ้นมาทันที รู้สึกยาก ด้อย ไม่เก่ง ทำไม่ได้ ฯลฯ ทุกความรู้สึกลบ ๆ ประเดประดังขึ้นมาในทันที
  • คนไทยทุกคนที่เมื่อเห็นชาวต่างชาติที่ต้องการความช่วยเหลือ จะรู้สึกลังเลที่จะเข้าไปช่วย เพราะกลัวสื่อสารไม่รู้เรื่อง ทั้งที่อยากจะเข้าไปช่วยมาก ๆ
  • คนไทยทุกคนที่รู้สึกว่า ต้องการวิธีใหม่ ๆ ในการฝึกฝนภาษาอังกฤษที่จะทำให้ได้ผลมากกว่าเดิมในเวลาที่รวดเร็วมากขึ้น โดยเป็นวิธีที่เข้าไปทำงานในระดับจิตใต้สำนึกและสมองโดยตรง
  • พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ที่ต้องการเรียนรู้หลักการเรียนภาษาอังกฤษที่ทำให้ได้ผลจริง ที่สามารถนำไปฝึกฝนเองแล้วสามารถเป็นคนที่คุยภาษาอังกฤษกับลูกหลานเพื่อให้เขามีคนที่จะฝึกคุยด้วยได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องคุยเฉพาะกับครูที่โรงเรียน ซึ่งการที่เขาได้ฝึกใช้บ่อย ๆ หรือในชีวิตประจำวัน จะทำให้เขาสื่อสารภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้น ไม่ต้องไปติวกันอีกตอนโต
  • ผู้ที่ต้องการทำคะแนนสอบให้ดีขึ้นทุกคน ไปเสริมกับเทคนิคต่างๆ ที่เคยเรียนรู้ไปแล้ว เพราะวิธีนี้จะโปรแกรมจิตใต้สำนึกและสมองใหม่ ซึ่งอาจนำไปประยุกต์ใช้ในการเตรียมสอบได้มากขึ้น

คอร์สนี้ไม่เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ทั้งการพูดและการเขียน
  • ผู้ที่ต้องการเทคนิคยาก ๆ (เพราะวิธีของเรามันง่ายมาก แต่ได้ผลจริง)
  • ผู้ที่ไม่สนใจการวางรากแก้วด้านภาษาอังกฤษให้แน่น

หมายเหตุ

คอร์สนี้ไม่ใช่คอร์สฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน แต่เป็นคอร์สที่เน้นการทลายความกลัวาษาที่ขวางกั้นไม่ให้คุณพัฒนาต่อไปได้ และ บอกวิธีเรียนรู้ที่ถูกต้องให้หลังจากทลายความกลัวได้แล้ว ซึ่งทักษะต่าง ๆ นั้น คุณจำเป็นต้องไปต่อยอดด้วยตัวเอง และสามารถให้บีม (ผู้สอน) ช่วยในเรื่องการเลือกคอร์สที่จะลงทะเบียนเรียนต่อได้เสมอค่ะและดูแลกันตลอดไป ต้องการคำแนะนำอะไรเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ ก็สอบถามได้ตลอดไปเลย”

ปัญหาที่แท้จริงของคนไทยในเรื่อง “ภาษาอังกฤษ” คืออะไร? 
จริง ๆ แล้ว คนไทยไม่ได้มีปัญหา “ไม่เก่งภาษาอังกฤษ”
แต่ปัญหาใหญ่ของคนไทย คือ เกลียดวิชาภาษาอังกฤษ
เพราะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับการเรียนวิชานี้ในช่วงวัยเรียน!

ปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับคนไทยทุกคน
แม้ในคนไทยที่เรียนระดับมหาวิทยาลัยและในระดับ ป.โท ขึ้นไป
ปัญหาที่ตามมาก็คือ หมดเงินเรียนไปเยอะมากแต่กลับไม่กล้าเอามาใช้

และใช้เฉพาะเพื่อการสอบเท่านั้นจากนั้นก็จบ ไม่ได้ทำอะไรกับมันต่อ
ส่วนที่นำมาใช้ในการทำงานก็อาจไม่รู้สึกว่าต้องพัฒนาอะไรเพิ่มเพื่อให้ทักษะการใช้ภาษาดีขึ้น

3 ผลเสียของการที่ไม่รักและไม่กล้าใช้ภาษาอังกฤษ

  • พลาดโอกาส ในการเรียนและทำงานในระดับสากล ทั้งที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ เพียบพร้อม!
  • พลาดโอกาส ในการเรียนรู้โลกกว้าง เพราะ ไม่สามารถเรียนรู้แหล่งข้อมูลที่เป็นภาษาอังกฤษบนออนไลน์ได้ ซึ่งเมื่อเทียบกับข้อมูลภาษาไทยในเรื่องเดียวกันแล้ว มีมากกว่าหลายเท่ามาก ๆ 
  • พลาดโอกาส ในการส่งเสริมให้ลูกพูดภาษาอังกฤษได้ เพราะพ่อแม่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าใช้ ซึ่งทั้งที่จริงแล้ว พ่อแม่ไม่ต้องใช้ได้ perfect แต่ขอให้กล้าใช้ และ มีคนพูดกับลูกทุกวัน และ ลูกได้เรียนจากสื่อออนไลน์เพิ่มที่มีอยู่เยอะมาก ลูกจะไปได้ไกลว่าพ่อแม่แน่นอน เพราะ เด็กทุกคนมีศักยภาพในการเรียนรู้ภาษาได้เร็วในช่วง 0-7 ขวบ 

นี่คือจุดหลักของ “ความพลาด” ที่เกิดจาก “การไม่รักและไม่กล้าใช้ภาษาอังกฤษ” ทั้งที่เรียนกันมาเยอะมาก

แต่โชคดีที่วันนี้ เราค้นพบวิธีแก้ปัญหานี้ด้วย “โยคะหัวเราะ” ศาสตร์ใหม่สำหรับเมืองไทย แต่ดังในต่างประเทศมาแล้วกว่า 20 ปี! เป็นหลักสูตรในระดับมหาวิทยาลัย สามารถดูข้อมูลได้ที่ https://laughteryoga.org/

โยคะหัวเราะคืออะไร?

โยคะหัวเราะ เป็นศาสตร์และศิลป์ของการผสานการหายใจแบบโยคะเข้ากับการหัวเราะ ที่ได้ประโยชน์มากมายต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ในเชิงสุขภาพและการพัฒนาศักยภาพของบุคคล ที่ง่ายที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ โยคะ จิตวิทยา แค่หัวเราะให้ถูกต้องตามวิธีที่เราสอน ก็แก้ได้ครบทุกมิติ!

นำมาใช้ในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างไร?

บีมขออนุญาตแบ่งปันเรื่องของตัวเองเพื่อความเข้าใจนะคะ

บีมเป็นเด็กไทยคนหนึ่งที่เรียนในระบบมาโดยตลอด
คุณครูสอนภาษาอังกฤษน่ารักและเก่งทุกท่าน
และสอนเราอย่างเต็มที่เสมอ

ประกอบกับ “เรามีแรงบันดาลใจ” ส่วนตัว
ที่อยากจะใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ คือ
“อยากไปเรียนเมืองนอก”!!!
และ “ต้องการมีแฟนต่างชาติ” (ในตอนนั้น :))

การเรียนในระบบ และ แรงบันดาลใจเช่นนั้น
ทำให้บีมมีทักษะด้านการ “เขียนและอ่าน”
ในระดับดีเยี่ยมมาโดยเสมอ

แต่การฟังพูดนั้น
ถ้าพูดให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย คือ ง่อยมาก ๆ
พยายามเท่าไหร่ ก็ทำไม่ได้เสียที

ฟังเพลงอังกฤษไม่เข้าใจเลย
ต้องอ่านเนื้ออย่างเดียว
ดูหนังไม่รู้เรื่องเลย ต้องอ่านซับ
ไม่ค่อยกล้าพูดกับชาวต่างชาติ
กลัวจะฟังและตอบไม่รู้เรื่อง!

จนกระทั่งชั้นมหาวิทยาลัย
บีมจำเป็นต้องพูดและฟังให้ได้
ไม่อย่างนั้นคงจะเรียนไม่ผ่าน
จึงไปลงเรียนคอร์สฟังพูด
กับครูเคท เนตรปรียา ชุมไชโย

ซึ่งขณะนั้นท่านมีชื่อเสียงมาก
ในการสอนให้คนไทยกล้าพูด
และฟังภาษาอังกฤษได้จริง
และบีมก็ได้รู้เทคนิคการฝึกภาษาอังกฤษ
ให้พูดและฟังได้จากคอร์สนี้เลยค่ะ

มันทำให้บีมเริ่มเข้าใจ “ข่าวภาษาอังกฤษ”
และ “เริ่มฝันเป็นภาษาอังกฤษ”
ซึ่งครูบอกว่า ถ้าเราทำสำเร็จ
“เราจะฝันเป็นภาษาอังกฤษ”

ใช่ค่ะ … บีมทำได้จริง ๆ ก็ตื่นเต้นมาก
และบีมก็ได้ทักษะ “การฟัง” มาก่อน
เพราะไม่ค่อยได้พูด และยังไม่ค่อยกล้าพูด
แถมยังเคยถูกฝรั่งด่าอีกว่า

“พูดอังกฤษแย่กว่าเขียนมาก ๆ” (เจ็บปวดดด) 

และเพราะ…สิ่งหนึ่งที่ติดในใจมาตลอดคือ
บีมรู้สึกว่า “การพูดภาษาอังกฤษ” นั้น
ดูตลก และ ดูดัดจริต (ตอนนั้นรู้สึกแบบนั้นจริงๆ)
เลยคงเป็น “ความเชื่อ” ที่ให้ตัวเองไม่กล้าพูด
เพราะกลัวจะดูตลกและดัดจริตในสายตาคนอื่น

แต่บีมก็ได้มาปลดล็อคตัวเองด้วยศาสตร์ “โยคะหัวเราะ”
ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาได้หลายอย่าง
ทั้งด้านสุขภาพ และ การเปลี่ยนเส้นประสาทสมอง
แบบที่ NLP Neuro-linguistic programming ทำได้
แต่มันง่ายกว่ามาก ๆ จนน่าทึ่ง!

บีมได้เอามาประยุกต์ใช้
กับการเปลี่ยน “ความทรงจำ” หลาย ๆ เรื่องแล้วได้ผลดี
แล้วบีมก็ปิ๊งว่า เอามาปลดล็อคภาษาอังกฤษดีกว่า
ที่ตัวบีม “ไม่กล้าพูด”…

แล้วมันทำให้บีมทลาย “ปมภาษาอังกฤษ” ออกได้เยอะมาก!
แบบง่าย ๆ เลย และ “ไม่สนใจเรื่องการดัดจริต” อีกเลยจริง ๆ

และหลังจากนั้น ก็ทำให้บีมพูดภาษาอังกฤษ
กับเพื่อนต่างชาติได้ดีขึ้นมากกกก
รู้สึกมั่นใจที่จะสื่อสารมากขึ้น
ไม่มีความกลัวติดขัดภายในเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

(แต่ในชีวิตประจำวันไม่ค่อยได้พูดบ่อย ๆ
จึงทำให้สำเนียงยังไม่เป๊ะเท่าที่ควร)

แล้วบีมก็ใช้ได้ครบทุกทักษะแล้วจริง ๆ
(ฝันที่เป็นจริง แม้จะนาน เราก็จะไม่ท้อ :))

โดยเรียงลำดับทักษะที่ทำได้ดีที่สุดลงมา
อ่าน > เขียน > ฟัง > พูด
(ตามรากแก้วที่ฝังและความบ่อยในการใช้งานจริง)

ดังนั้น…บีมจึงขอนำเทคนิคนี้มาถ่ายทอด
พร้อม ๆ กับการแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับ
“ธรรมชาติของภาษาและวิธีฝึกฝนที่ถูกต้อง”
ซึ่งถอดมาจากวิธีเรียนรู้จริงของเด็ก ๆ
และการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ที่พูดภาษาต่างประเทศได้ภายหลัง

บีมจับหลักมาให้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อคุณจับหลักได้ และปลดล็อคความเกลียดชังภาษาอังกฤษได้แล้ว
หลังจบคอร์สนี้ คุณจะสามารถคัดสรรวิธีที่เหมาะสมสำหรับการฝึกต่อได้ด้วยตัวเอง
ตามจริต ตามความชอบ ตามงบประมาณ

หัวข้อการเรียนรู้ (วิดีโอที่อัดจากคลาสสอนสด + workshop สอนสด)

  1. ปูพื้นฐานก่อนเริ่มเรียน
  2. ธรรมชาติของภาษาและการเรียนรู้ภาษา
  3. ธรรมชาติของภาษาอังกฤษและวิธีเรียนรู้แบบเด็กและผู้ใหญ่ที่ได้ผลจริง
  4. โยคะหัวเราะและการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาภาษาอังกฤษ
  5. การบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าและฝึกภาษา Gibberish (วอร์มหน้าและปากเพื่อให้กล้าพูดภาษาอังกฤษและให้ออกเสียงชัดมากขึ้น)
  6. วิธีฝึกฝนการฟังพูดให้ลงลึกสู่จิตใต้สำนึก
  7. วิธีฝึกฝนทักษะอ่านเขียนอย่างเป็นธรรมชาติและได้ผลจริง
  8. สรุปภาพรวมคอร์ส แบ่งปันการตกผลึกจากคอร์ส และ Quiz ตอกย้ำจุดสำคัญ
  9. เนื้อหาเสริมอื่น ๆ ที่จะช่วยให้คุณทลายความกลัว มั่นใจ และกล้าใช้ภาษาอังกฤษได้จริง ๆ
  10. Workshop 1 : โยคะหัวเราะเพื่อการฝึกฝนภาษาอังกฤษ (เป็น workshop เพียว ๆ ไม่มีการบรรยาย)
  11. Workshop 2 : การฝึกบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าและการพูด Gibberish (เป็น workshop เพียว ๆ ไม่มีการบรรยาย)

หากคุณกังวลว่า เรียนจากวิดีโอแล้วจะได้ผลไหม? บีมมีคำตอบให้ดังนี้นะคะ

  • วิดีโอ เป็นการอัดจากการสอนสดผ่าน Zoom ซึ่งในรุ่นที่ 1 ผู้ที่เรียนสดไม่ทัน มาเรียนตามย้อนหลัง ก็สามารถเข้าใจได้เหมือนกับผู้ที่เรียนสด
  • เนื้อหาที่ไม่ได้สอนสดในรุ่น 2 คือ เนื้อหาที่เป็นภาคบรรยาย ซึ่งสามารถเข้าใจได้ด้วยการเรียนรู้จากวิดีโอ ซึ่งไม่ต่ำกว่าครั้งละ 1 ชั่วโมง (รับรองว่ากำไรเกินค่าเรียนไปเยอะจริง ๆ ค่ะ เพราะให้เต็มที่เลยเวลาที่กำหนดไว้ตลอด)
  • สำหรับ workshop นั้น ในคลิปวิดีโอจะมี 2 ตอนนี้อยู่แล้ว ซึ่งถ้าใครที่ดูแล้ว สามารถทำเอง และ เก็ตจากบทเรียนเองได้เลย ก็ไม่จำเป็นต้องลง workshop นะคะ แต่จากประสบการณ์สอนพบว่า สำหรับ 2 workshop นี้ หากไม่ได้เรียนกันสด ๆ ผู้เรียนอาจไม่ได้รับประสบการณ์เรียนรู้ที่จะทำให้บรรลุผลได้เท่าที่ควรค่ะ ซึ่งคุณสามารถลงทะเบียนเรียนเนื้อหาแบบวิดีโอก่อนได้ หากเข้าไปดูแล้ว ในบทที่จัด workshop คุณน่าจะต้องการความช่วยเหลือหรือต้องการมีประสบการณ์ตรง ก็สามารถลงทะเบียนเรียน workshop เพิ่มได้ภายหลังค่ะ ซึ่งจะจัดเป็นรอบ ๆ ไป จะแจ้งตารางการจัด workshop ในคลาสเรียน

รียนแล้วจะเห็นผลจริงไหม?

อยู่ที่ว่าคุณ “คาดหวังผล” อะไรก่อนลงทะเบียนเรียนค่ะ และ ลองอ่านจากรีวิวของนักเรียนรุ่นแรกดูโดยเลื่อนลงไปล่างสุดของหน้าเว็บนี้นะคะ และลองพิจารณาดูว่า คอร์สนี้น่าจะตอบโจทย์คุณหรือไม่ค่ะ 🙂

วิธีการเรียน

  • เรียนผ่านกลุ่มปิดเฟสบุ๊คที่มีเนื้อหาครบถ้วนหมดแล้วจากรุ่นที่ 1
  • จำเป็นต้องใช้อินเตอร์ความเร็วสูงเพราะไฟล์เรียนรู้หลักเป็นวิดีโอ
  • หากลงทะเบียนแบบมี workshop ด้วย จะเปิดห้องเรียน Zoom เป็น VDO Call ที่จำเป็นต้องติดตั้งและใช้ Application นี้เป็นและสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ในวันที่จัด workshop ซึ่งจะจัด 2 ครั้ง ตามวันและเวลาที่กำหนด รับรอบละไม่เกิน 10 คน เพื่อการดูแลและฝึกปฏิบัติอย่างทั่วถึง
  • วันเวลาจัด workshop จะนัดหมายอีกครั้งหลังปิดการลงทะเบียนแล้ว โดยนัดวันเวลาที่ผู้เรียนสามารถเข้าร่วมได้มากที่สุด

การลงทะเบียนเรียน

มี 2 เรทคือ

  1. เรียนเฉพาะบทเรียนในวิดีโอ 990 บาท
  2. เรียนเนื้อหาจากวิดีโอ + Workshop ผ่าน Zoom 2 ครั้ง 1,500 บาท
  3. หากต้องการเข้าไปดูคอร์สก่อนตัดสินใจสมัครร่วม Workshop สามารถชำระที่ 990 บาท และชำระเพิ่มเติมอีก 510 บาทภายหลังได้ก่อนวันปิดรับสมัครสำหรับการทำ workshop (ซึ่งจะแจ้งในคอร์ส)
  4. นักเรียนเก่าที่ต้องการลง Workshop พร้อมนักเรียนรุ่นใหม่ ชำระ 500 บาท (สำหรับ Workshop 2 ครั้ง)
  5. รุ่นที่ 2 เปิดรับสมัครวันที่ 11 – 19 มิ.ย. 2563

วิธีลงทะเบียนเรียน

  1. โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารทหารไทย 634-2-39870-5 ชื่อบัญชี วรดาภา สุขพิมลกุล
  2. แจ้งโอนพร้อมรับลิงค์ลงทะเบียนที่ Line@ : https://lin.ee/YAXBlp2 หรือ scan QR Code ด้านล่างนี้นะคะ 
  3. รับลิงค์สำหรับเข้าห้องเรียน
QR Code Line@ : Eng Laughter

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
FB : รักจัง อังกฤษ http://m.me/rukjungenglish
Line@ : Eng Laughter (https://lin.ee/YAXBlp2)

ทำไมจึงต้องเรียนคอร์สนี้กับบีม?

✅ บีมเป็นผลลัพธ์ของวิธีการที่สอน ที่ทำให้ “เด็กบ้านนอก” ที่ไม่เคย “ไปเมืองนอก” ที่ใช้ภาษาอังกฤษได้จริงครบทุกทักษะ นำภาษาอังกฤษมาใช้สร้างความก้าวหน้าและเพิ่มโอกาสในชีวิตได้สำเร็จจริง

✅ บีมเห็นรูปแบบการเรียนรู้ภาษาของลูกสาว 2 คน ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ แม้พ่อแม่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ที่สามารถถอดกระบวนการเรียนรู้ภาษาแนวธรรมชาติจริง ๆ ออกมาได้ชัดเจน ไม่อิงทฤษฎีใด ๆ ซึ่งทุกอย่างมันง่ายมากถ้ารู้สิ่งนี้

✅ บีมเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ภาษาต่าง ๆ ของสามี ที่พูดและเข้าใจได้หลายภาษา คือ มาเลย์ อังกฤษ ไทย ฮกเกี้ยน ซึ่งมาเรียนในภายหลังตอนโตแล้ว จึงสามารถถอดรูปแบบการเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่ที่มาเรียนภาษาในตอนหลังให้ได้ด้วย โดยไม่อิงทฤษฎีใด ๆ 

✅ คัดสรรเฉพาะสิ่งที่คุณต้องรู้ “แก่นจริงๆ” ของการเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก ซึ่งปัจจุบันนี้มีเปิดสอนหลายที่ แต่ละคอร์สมีราคาสูง ซึ่งถ้ามาเรียนแก่นกับบีมก่อน คุณจะจับหลักได้ ซึ่งจริง ๆ ฝึกเองได้ง่ายมากและได้ผลจริงด้วย หรือ ถ้าจะลงเรียน ก็จะสามารถเลือกคอร์สที่จะตอบโจทย์คุณได้ตรงจริง ๆ ไม่เสียเวลาและเสียเงินฟรี ๆ 

✅ บีมมีวิธีทลายอุปสรรคขวางกั้นคุณกับภาษาอังกฤษด้วยเทคนิคของโยคะหัวเราะที่ทำง่ายและได้ผลกับบีมจริง ๆ และยังไม่เคยมีใครเปิดสอนเทคนิคนี้ให้คุณมาก่อนแน่นอน

เกี่ยวกับผู้สอน
วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)

การศึกษา 
✅ รัฐศาสตร์บัณฑิต สาขาการระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 1 ปี 2548
✅ มัธยมศึกษาปีที่ 6 แผนกวิทย์-คณิตฯ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เกรดเฉลี่ย 3.52

ผลลัพธ์ด้านภาษาอังกฤษ

✅ คะแนนสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย 90/100

✅ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเรียนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษในระดับชั้นปีที่ 1 ขณะเรียนมหาวิทยาลัยทั้งเทอมต้นและเทอมปลาย

✅ ได้รับมอบหมายงานในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยให้ช่วยแปลหนังสือคู่มือการเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา

✅ เคยได้รับคะแนนสอบโทอิค โทเฟิล TU-GET ในระดับดีมาก โดยที่ไม่มีเวลาเตรียมตัวในช่วงนั้น เพราะเป็นช่วงพึ่งเริ่มทำงาน (ประมาณปี 2548 – 2549)

✅ หาข้อมูลความรู้บนออนไลน์เป็นภาษาอังกฤษ นำมาใช้ในการบำบัดสิวตัวเองแนวธรรมชาติสำเร็จ และ เผยแพร่องค์ความรู้นี้แก่สังคมมาเป็นเวลา 10 ปี

✅ประยุกต์ใช้ความรู้ที่เรียนรู้เป็นภาษาอังกฤษจากออนไลน์และหนังสือภาษาอังกฤษในการทำงาน ทำให้สามารถทำงานอิสระอยู่บ้าน มีเวลาดูแลลูกได้ในช่วงเวลาที่ลูกต้องการเรามากที่สุดและสำคัญต่อการวางพื้นฐานชีวิตของเขามากที่สุด คือ ตั้งครรภ์ – 7 ขวบ

✅ ครอบครัวใช้ภาษาอังกฤษได้ทั้งครอบครัว ลูกจะมีสำเนียงที่เหมือนเจ้าของภาษา ใช้ภาษาอังกฤษคุยกันตลอด แม้พ่อกับแม่จะสำเนียงไม่เป๊ะ แต่ภาษาของลูกทุกทักษะอยู่ในระดับก้าวหน้า (advanced) 

🌞 แรงบันดาลใจในการทำคอร์สนี้

จากผลลัพธ์ชีวิตของบีมที่ก้าวหน้าได้ด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งเริ่มต้นวิถีการทำอาชีพอิสระและธุรกิจได้ด้วย “ภาษาอังกฤษ” และสามารถทำงานที่บ้าน ทำธุรกิจที่บ้าน มีเวลายืดหยุ่นในการใช้ชีวิตค่อนข้างมาก ก็ด้วยบีมและสามีมีทักษะ “การค้นหาข้อมูลภาษาอังกฤษ และ การเข้าใจเนื้อหาต่าง ๆ ทั้งรูปแบบบทความและคลิปวิดีโอเป็นภาษาอังกฤษ” ทำให้เรามีความเข้าใจโลกที่กว้างแม้เราจะทำงานที่บ้าน ทำให้เรามีไอเดียในการทำงานใหม่ ๆ เสมอ เรารู้ว่าเทรนโลกไปทางไหน เรานำมาใช้ในการปรับทิศทางงานของเรา และวางแผนงานต่าง ๆ ให้กับพาร์ทเนอร์ธุรกิจหรือลูกค้าของเรา และทำให้เรามีความมั่นใจในการสื่อสารติดต่องานกับชาวต่างชาติและองค์กรธุรกิจในต่างประเทศได้ ซึ่งนี่คือโอกาสที่คนไทยที่ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้หรือไม่กล้าใช้งานพลาดไปอย่างมหาศาล 

บีมเคยลงเรียนคอร์สสั่งสินค้าแบบ dropship จากจีน เพื่อนร่วมคอร์สส่วนใหญ่ ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ จึงจำเป็นต้องใช้ template (รูปแบบข้อความที่ทำไว้แล้ว) ที่ผู้สอนทำให้ หรือต้องพยายามใช้เครื่องมือแปลภาษาที่บีมเคยทดลองใช้มาแล้วรู้สึกว่า การแปลภาษาออกมาผิด ๆ ถูก ๆ จำเป็นต้องใช้เทคนิคพิมพ์แต่คีย์เวิร์ด จึงจะสามารถสื่อสารได้ตรงกับที่ต้องการ แต่ตัวบีมเองมีทักษะตรงนี้ จึงมีอิสระในการใช้ภาษาในการสื่อสารตามที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ยุ่งยากใช้เครื่องมือใด ๆ เลย มันจะช่วยให้การทำงานเร็วและราบรื่นกว่ามากในการติดต่อสื่อสารกับต่างชาติ และได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะเขาจะดูจากภาษาที่เราใช้ด้วยค่ะ รู้สึกว่า ถ้าเพื่อนๆ ในคอร์สได้ภาษาอังกฤษก็จะช่วยพวกเขาให้ทำมาหากินได้คล่องขึ้นมากเลย เพราะจริง ๆ ตามที่รู้สึกเลยว่า คนไทยนั้นมีความสามารถสูง เพียงแค่เติมทักษะภาษาอังกฤษเข้าไปเท่านั้น เราจะไม่แพ้ชาติใดในโลกจริง ๆ 

ทำให้บีมรู้สึกว่า บีมอยากแบ่งปัน “ผลึกด้านภาษา” ที่บีมมีกับทุกคนที่ต้องการใช้ภาษาอังกฤษได้จริง ๆ แต่ไม่มีโอกาสไปเมืองนอกเหมือนบีมที่ไม่เคยไป จะได้มีภูมิคุ้มกันตัวเองและสร้างโอกาสให้ตัวเองได้มากขึ้น สามารถทำงานอิสระได้จริง ๆ โดยมีโอกาสทั่วโลก มีเวลาให้ครอบครัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูก ๆ ได้มากขึ้น ใช้ชีวิตได้ยืดหยุ่นมากขึ้น

ความจริงที่เจ็บปวดก็คือ ผู้ที่ไม่ได้ภาษาอังกฤษจะต้องตามหลังโลกอยู่เรื่อยไป และอาจยังถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ถูกต้องได้ง่ายอีกด้วย เพราะถ้าเป็นศาสตร์หรือข้อมูลภาษาอังกฤษที่เราไม่ได้อ่านต้นฉบับจริง ๆ คนแปลอาจแปลคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งบีมพบว่า หนังสือแปลน้อยเล่มมากในเมืองไทยที่สามารถแปลได้ตรงกับภาษาของต้นฉบับจริง ๆ เพราะผู้แปลต้องมีความเข้าใจในสิ่งนั้นจริง ๆ บางคนไม่มีความรู้เรื่องสุขภาพ แต่แปลหนังสือสุขภาพ ก็จะไม่ได้แก่นจริง ๆ ของเนื้อหา เป็นต้น หรือกฏแรงดึงดูด พลังงานบำบัด จิตวิทยา พัฒนาตัวเอง ในเมืองนอกอาจจะเขียนไว้ดีมาก แต่การแปลทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนไปมาก ซึ่งทำให้บีมอ่านต้นฉบับอย่างเดียว เพราะ อ่านฉบับแปลไม่เข้าใจจริง ๆ ทำให้เราเข้าใจผู้เขียนได้ถูกต้องตรงตามที่เขาต้องการสื่อสารจริง ๆ ไม่ถูกหลอกด้วยข้อมูลต่าง ๆ ที่มีการปรับการสื่อสารมาให้เราแบบผิด ๆ 

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่การศึกษาของเมืองไทยกำลังปรับระบบอย่างสูงในตอนนี้ หากผู้เรียนมีทักษะภาษาอังกฤษดี แม้จะได้เฉพาะทักษะการอ่านและฟังที่แข็งแรง ก็จะมีโอกาสต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นแน่นอน ทั้งในมุมของการพัฒนางานส่วนตัว ความเข้าใจโลกที่กว้างขึ้น และค่อยไปต่อยอดเขียนและพูดในภายหลังได้ เพราะเมื่ออ่านมาก ฟังมาก จะฝึกเขียนและพูดได้เอง ซึ่งต้องเรียนตามจริงว่า ฐานข้อมูลของเมืองไทยยังน้อยมาก เมื่อเทียบกับฐานข้อมูลของต่างประเทศในเรื่องเดียวกัน ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมคนที่ไปเรียนเมืองนอก หรือ คนที่ได้ภาษาอังกฤษนั้น จะมีมุมมองที่กว้างและไกลกว่าผู้ที่ไม่ได้ภาษาจริง ๆ 

ความจริงที่อยากฝากทิ้งท้ายให้ทุกท่านไว้ก็คือ ทักษะภาษาอังกฤษ เหมือนทักษะว่ายน้ำหรือขี่จักรยาน ที่เป็นแล้วเป็นเลย ซึ่งถ้าไม่ค่อยได้ว่าย เพียงแค่ต้องวอร์มนิดหน่อย เดี๋ยวสักพักก็ว่ายได้คล่อง ภาษาอังกฤษก็เช่นกันค่ะ ถ้ามันหยั่งรากแล้ว เส้นสมองภาษาอังกฤษมันแข็งแรงและหนาพอแล้ว ถ้าเส้นนี้ไม่ถูกกระทบกระเทือนด้วยอุบัติเหตุใด ๆ ไปเสียก่อน เราจะใช้การเขาเมื่อไหร่ ก็ย่อมได้เช่นกัน จะคล่องมากหรือน้อย อยู่ที่การใช้บ่อยหรือไม่ค่ะ

ถึงเวลาแล้วที่เราต้อง “ใช้ภาษาอังกฤษ” ได้จริงๆ
เพราะโอกาสของเรา = ความสามารถด้านภาษาที่เรามีค่ะ

ภาษาคือประตูแห่งโอกาสที่ทำให้ Jack Ma ชาวจีนธรรมดา
มีโอกาส “ก้าวกระโดด” ในชีวิตได้จริง ๆ

คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกค่ะ บีมมั่นใจ
ขอแค่ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้จริง ๆ ก็เท่านั้นเอง!!!

เราจะว่ายน้ำได้จริงฉันใด เรียนทฤษฎีแล้ว ก็ต้องกล้าลงว่ายฉันนั้น
ภาษาอังกฤษก็เช่นกัน มันเป็นทักษะอย่างหนึ่ง
อยากจะใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ดี ก็ต้อง “กล้าใช้”
เรียนแล้ว ก็ต้องกล้าลงสนามจริง ใช้จริง ถ้าผิดพลาด ก็เรียนรู้ ปรับปรุง แก้ไข

ดังนั้น จะเก่งอังกฤษได้ ไม่ใช่เริ่มที่ความรู้
หลาย ๆ คนเข้าใจผิด และ ก็อยู่ในวังวนของการเรียนภาษาที่ไม่ก้าวหน้าเสียที

การจะเก่งภาษาอังกฤษได้นั้น ต้องเริ่มที่ “ความรักและความกล้า”
เมื่อเรารัก เราจะใส่ใจ เราจะตั้งใจ เราจะไปต่อได้แม้จะเจออุปสรรค
และต้องกล้าที่จะใช้ กล้าที่จะผิด ไม่กลัวที่จะหน้าแตก
เมื่อได้ใช้แล้ว ก็จะได้เรียนรู้จากมัน และมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นได้เอง

ความกล้า … สำคัญมาก ๆ
และคุณจะได้สิ่งนี้จากในคอร์สนี้ค่ะ
ที่บีมตั้งใจทุ่มเทให้แบบสุด ๆ ไปเลย
รับรองว่า คุณได้กำไรอย่างแน่นอนจากการลงทุนครั้งนี้

ด้วยรักและพบกันในคอร์สนะคะ 🙂

ครูบีม 🙂